เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ว่า สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (99) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครพนม (84) ภาคกลาง จ.ลพบุรี (42) ภาคตะวันตกจ.กาญจนบุรี (108) ภาคตะวันออกจ.นครนายก (96) ภาคใต้ จ.ยะลา (81)
ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออก ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมถึงน้ำล้นตลิ่งในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดการณ์ในช่วงวันที่ 18 – 20 ส.ค. 69 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม: ปริมาณน้ำรวม: 59% ของความจุเก็บกัก (47,827 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 42% (23,705 ล้าน ลบ.ม.)
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค:
ภาคเหนือมีปริมาณน้ำ 15,772 ล้าน ลบ.ม. (57%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำ 5,829 ล้าน ลบ.ม. (48%)
ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 623 ล้าน ลบ.ม. (33%)
ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,503 ล้าน ลบ.ม. (47%)
ภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำ 19,322 ล้าน ลบ.ม. (68%)
ภาคใต้มีปริมาณน้ำ 4,778 ล้าน ลบ.ม. (62%)

สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC
บางพระมีปริมาณน้ำ 45% (53 ล้าน ลบ.ม.) หนองปลาไหล มีปริมาณน้ำ 52% (85 ล้าน ลบ.ม.) ประแสร์มีปริมาณน้ำ 66% (196 ล้าน ลบ.ม.)
ทั้งนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดริมแม่น้ำโขงเร่งแจ้งเตือนประชาชน พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมฝั่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการ สัญจรทางน้ำ การประกอบอาชีพ และการทำกิจกรรมในแม่น้ำโขง รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกรณีระดับน้ำสูงจนล้นตลิ่ง
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดนครพนม บริเวณ อ.ท่าอุเทน อ.ธาตุพนม อ.บ้านแพง อ.เมืองนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร บริเวณ อ.ดอนตาล อ.เมืองมุกดาหาร และ อ.หว้านใหญ่ และขอให้ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเตรียมมาตรการป้องกันพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำที่มีโอกาสได้รับผลกระทบก่อนพื้นที่อื่น



