สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ “ฟีฟ่า” เสนอแพ็กเกจลิขสิทธิ์ฟุตบอล “ฟีฟ่าอาเซียนคัพ” แบบลดแหลก จาก 100 ล้านบาท เหลือ 26.5 ล้านบาท
รายการนี้จัดช่วงฟีฟ่าเดย์ แข่งวันที่ 24 ก.ย.-3 ต.ค. 2026 มี 14 ทีม แบ่ง 2 ดิวิชั่น ทีมไทย อยู่ดิวิชั่น 1 ร่วมกับ เวียดนาม, ปากีสถาน และ ฟิลิปปินส์ ในกลุ่ม B
ส่วนกลุ่ม A มี อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ ส่วนอีกทีม รอยืนยัน หลังจาก อินเดีย ถอนตัวไปเตะกับ บราซิล ซึ่ง ดิวิชั่น 1 เตะที่ อินโดนีเซีย
ดิวิชั่น 2 มี 6 ทีม เล่นที่ฮ่องกง กลุ่ม A ฮ่องกง, เมียนมา, บรูไน และ กลุ่ม B กัมพูชา, ลาว, ติมอร์ เลสเต

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฟีฟ่า แจ้งเอกชนเจ้าต่างๆ ในไทยถึงการเสนอขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่ขายแบบยกทั้งทัวร์นาเมนต์ และขายแบบ “เอ็กซ์คลูซีฟ” บริษัทใดได้ไปก็จะได้เจ้าเดียว ราคานั้น อยู่ที่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 99.5 ล้านบาท ตีซะ 100 ล้านบาท ถือว่า “แพงมาก”
อย่างไรก็ตาม ราคาแบบนี้ ไม่มีเจ้าใดในไทยกล้าทุ่มแน่นอน ยิ่งเทียบกับ “อาเซียนคัพ 2026” ลิขสิทธิ์ที่เกือบ 60 ล้านบาท และด้วยตัวสินค้าแล้ว ก็จะได้ดูทีมชาติไทยถึง 8 นัด ตั้งแต่รอบแรก 4 นัด, รอบรองฯ กับ รอบชิงฯ 4 นัด
ส่วน “ฟีฟ่า อาเซียนคัพ” แข่งรอบแรกพบกันหมด ทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม เข้าชิงชนะเลิศ รวมแล้วเต็มที่ ได้ดูทีมชาติไทยเพียง 4 นัด
เท่ากับว่าค่าลิขสิทธิ์ ฟีฟ่าอาเซียนคัพ สูงกว่าอาเซียนคัพ เกือบเท่าตัว แต่ได้ถ่ายทีมชาติไทยน้อยกว่าถึงเท่าตัว

เมื่อไม่มีลูกค้าสนใจ ล่าสุด ฟีฟ่า ยื่นข้อเสนอใหม่มาแล้ว มาแบบ Non-exclusive (นอน-เอ็กซ์คลูซีฟ) จาก 3 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 100 ล้านบาท เหลือเพียง 8 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 26.5 ล้านบาท ลดลงประมาณ 73 ล้านบาท
การขายลิขสิทธิ์แบบ Non-exclusive นั่นคือ ในประเทศไทย ไม่ได้ขายให้เจ้าเดียว เจ้าที่ซื้อไป ไม่ได้เพียงที่เดียว แต่เปิดให้หลายๆ เจ้าซื้อได้หมด ร่วมถ่ายไปพร้อมๆ กันได้ เช่น อาจจะมีการถ่ายทอดสด ทั้งทาง เอไอเอสเพลย์, โมโนแม็กซ์, ทรูวิชั่นส์, ไทยรัฐทีวี, ช่อง 7 HD ไปพร้อมกัน หากทุกเจ้าพร้อมทุ่มเงินเจ้าละ 26.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีเจ้าใดตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์
ยังเป็นความวุ่นๆ กันอยู่ กับ ฟีฟ่าอาเซียนคัพ นอกจากทีมที่ไม่ลงตัว อินเดีย ถอนทีม, คุณภาพของทีมที่เข้าร่วม ที่จะว่าไป ก็ไม่ต่างจาก อาเซียนคัพ เลย เพราะทีมนอกอาเซียน ก็ไม่ใช่ทีมคุณภาพ ไม่มีทีมท็อปของเอเชีย และ จีน ที่มีชื่อชั้นหน่อยก็ถอนตัวไปแล้ว
ไหนจะเรื่องการขายลิขสิทธิ์แพงโข เหมือนขูดรีดกัน ที่ ฟีฟ่า ต้องการเงินกลับคืน หลังจากตั้งค่าเงินรางวัลรวมกันมากกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 132.5 ล้านบาท โดยทีมแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 33 ล้านบาท มากกว่าแชมป์อาเซียนคัพ ที่แชมป์ได้ 3 แสนดอลลาร์สหรัฐ
นับเป็นเรื่องวุ่นๆ ที่ยังไม่ลงตัว แม้เวลางวดเข้ามาทุกที กับทัวร์นาเมนต์ใหม่ ที่ดูเหมือน ฟีฟ่า จะคลอดออกมาเพื่อทุบ “อาเซียนคัพ” แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด.
***วุฒินล***



