พระมหาใจ เขมจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ประธานดำเนินงานโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ปีที่ 6 กล่าวว่า ก่อนจะจบโครงการฯ มีคำถามมากมาย เมื่อโครงการจบแล้ว ขอตอบคำถามที่มีผู้ถามบ่อย คือ 1.สามเณรไม่สามารถทำสังฆกรรมได้จะสวดทำไม การดำเนินงานของโครงการที่เริ่มตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1.เพื่อส่งเสริมให้สามเณรผู้เป็นศาสนทายาททรงจำปาติโมกข์ เพื่อเป็นภิกษุผู้สวดปาติโมกข์แก่วัดและคณะสงฆ์เพิ่มขึ้นต่อไป เหตุด้วยหลายรูปอายุใกล้อุปสมบท หรือครบอุปสมบท เมื่อสอบผ่านแล้ว ภายหลังก็บรรลุวัตถุประสงค์นี้นับสิบรูป 2.เพื่อให้สามเณรผู้เป็นศาสนทายาท อยู่ในฐานะที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุต่อไป ได้ทรงจำสิกขาอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ตามกระบวนการอบรมตนในหลักไตรสิกขา 3.เพื่อส่งเสริมวิริยอุตสาหะของสามเณรให้มีกำลังใจในการเล่าเรียนและสืบพระพุทธศาสนา
พระมหาใจ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่สามเณรทำสังฆกรรมสวดปาติโมกข์ไม่ได้ เป็นเรื่องทราบโดยทั่วไป เป้าหมายของโครงการจึงมุ่งถึงประโยชน์ในการฝึกฝนเด็ก เยาวชน ที่เข้ามาบรรพชาเป็นสามเณร ให้ได้พัฒนาตนเองในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้าน “สัญญา” หนึ่งในขันธ์ห้า ที่เป็นด้านสำคัญของชีวิต รวมถึงเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา ว่าพัฒนาแบบภาษาวิชาการทางโลก คือ เก่ง ดี มีความสุข เป็นต้น ขณะที่ผู้ปกครองสามเณรหลายวัด เป็นพระราชาคณะ พระเถรานุเถระชั้นปกครองหลายระดับ ผู้ฝึกสามเณร คือ อาจารย์ที่ชำนาญพระปาติโมกข์ทั้งสิ้น รวมทั้งเป็นเปรียญธรรม 9 ประโยคก็มี เหตุใดท่านเหล่านั้นจะไม่เข้าใจเรื่องสังฆกรรม แต่ท่านมองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดแก่สามเณร และที่สามเณรจะได้รับเมื่อฝึกฝนแล้ว ส่วนใหญ่จึงสนับสนุนให้สามเณรในวัดของท่านเข้าร่วมโครงการ
ประธานดำเนินงานโครงการฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพระที่ทรงจำปาติโมกข์ได้มีจำนวนลดลงมาก ดังนั้นคณะสงฆ์โดยเฉพาะเจ้าคณะปกครอง จึงกำหนดให้อบรมและฝึกสอน รวมถึงให้มีโครงการส่งเสริมการท่อง แต่พระภิกษุที่มีฉันทะท่องปาติโมกข์ก็ยังมีจำนวนน้อย ส่วนสามเณรนั้น จำไม่หมดก็ได้ แต่ถ้าจำได้ย่อมเป็นเรื่องดี เพื่อเตรียมเป็นพระภิกษุผู้ทรงและสวดปาติโมกข์ต่อไป ดังนั้นจึงต้องหาวิธีกระตุ้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม อีกวิธีหนึ่ง คือ โครงการส่งเสริมสามเณรให้ท่องปาติโมกข์ เพื่อไม่ต้องรอให้เป็นพระภิกษุก่อน โดยตั้งสมมติฐานว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดอย่างหนึ่ง และก็เป็นจริงจากที่มีผู้สนใจน้อย ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่สามเณรตฤณ อภิวันท์สนอง อายุ 7 ขวบท่องได้ ทำให้พระภิกษุหลายรูปถึงกับปรารภในทำนองว่า “ขนาดสามเณรยังท่องได้ เราเป็นพระควรจะท่องบ้าง หรือ บทสวดมนต์มีจำนวนมาก ยังท่องได้ ทำไมปาติโมกข์จะท่องไม่ได้” เป็นต้น
พระมหาใจ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ก็ยังมีข้อต้องระวังคือ ต้องให้เป็นไปในเชิงสนับสนุนงานคณะสงฆ์ โดยไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน หรือทำนอกหน้าที่ ต้องอยู่ในกรอบของกระบวนการศึกษา ส่วนที่ว่าทำไมต้องให้ทุนการศึกษามาก ความจริงถ้ามีผู้ปวารณาถวายมาก ก็จะถวายมากกว่านี้ ส่วนตัวเห็นว่ายังน้อยอยู่สำหรับบูชาธรรมในตัวสามเณร ผู้ฝึกฝนผ่านแล้ว คือ สามเณรต้องมีสมาธิ มีสติ มีสมาธิกำกับตน มีความเพียร ขยัน อดทน มีวินัยในการท่อง และที่สำคัญมีสัญญาดี จึงจะสามารถท่องจำ และยังต้องสามารถทรงไว้ได้หลังจากสอบผ่านเป็นเวลานาน ความตั้งใจจริงตั้งแต่ครั้งแรกนั้น มุ่งจะถวายทุนก็เพื่อให้เป็นทุนการศึกษาแก่ผู้อยู่ในวัยเล่าเรียน ซึ่งจะช่วยเหลือให้เบาภาระของผู้ปกครองมาก เมื่อเรียนต่อในชั้นที่สูงขึ้น หรือแม้แต่กระตุ้นให้สามเณรท่องด้วยเจตนาอื่นๆ เช่น สามเณรกานต์กวินต์ ธานีวรรณ อายุ 8 ขวบ รุ่นปี 2567 ที่ประสงค์นำทุนไปซื้อที่ดินขยายวัด บางรูปนำทุนไปรักษาโยมแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ไม่มีค่ายา เป็นต้น ทั้งนี้ด้วยความบริสุทธิ์ของพระวินัย โครงการจึงมิได้ประกาศเชิญชวนให้มาบริจาค เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าจะจัดโครงการฯ และจะถวายทุนจำนวนเท่านี้ ก็มีผู้มีกุศลเจตนาและเลื่อมใสในปฏิปทาสามเณร ปวารณาขอรับเป็นเจ้าภาพทุนการศึกษาครบจำนวนทุกครั้งที่จัด และอีกประการหนึ่ง เมื่อเทียบกับโครงการด้านการศึกษาของสถาบันการศึกษา จะเห็นว่า เมื่อเราต้องการค้นพบเด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึงในวัยเดียวกัน การถวายทุนการศึกษาหรือรางวัลเพื่อให้เด็กและเยาวชนนั้นแสดงความสามารถออกมา ย่อมคุ้มค่า เพราะเมื่อได้พบแล้ว จะทำให้คนส่วนใหญ่เห็นความสามารถร่วมกัน เกิดความสุข ปีติ และชื่นชมยอมรับในความสามารถนั้นจริงๆ เช่น สามเณรตฤณ ซึ่งจะเป็นสถิติระดับประเทศไปอีกนาน
ส่วนเหตุที่ไม่ถวายทุนพระ จำแนกเป็นประเด็นสั้นๆ ดังนี้ 1.เหตุเพราะเป็นหน้าที่โดยตรงพระภิกษุ 2.หากใช้อามิสนำ คือ ถ้าเชิญชวนให้พระภิกษุท่องโดยมีทุนการศึกษาให้ จะกลายเป็นละเมิดต่ออาบัติเสียเอง 3.มีโครงการของคณะสงฆ์อยู่แล้ว มีวัดที่ดำเนินการอยู่ทั้ง 4 ภาคแล้ว จึงไม่ควรดำเนินการให้ซ้ำซ้อน ยกเว้นเฉพาะในปีที่มีเหตุการณ์พิเศษ 4.พระภิกษุควรเกิดฉันทะ คือ ท่องโดยไม่มีทุนการศึกษาเป็นแรงจูงใจ



