จากกรณีความขัดแย้งเรื่องที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น ที่ทางทายาทของผู้บริจาคที่ดินให้วัดมีการดำเนินการฟ้องร้องเพื่อต้องการนำที่ดินกลับคืนมา หลังพบว่าหลังโฉนดที่ดินยังเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี นั้น
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น (พศจ.ขอนแก่น) ได้รายงานข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังนี้
1. เดิมที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ นายเฮียง พิมพ์ศรี เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ และมีที่ดินบริเวณข้างเคียงที่ไม่มีเอกสารสิทธิอีกประมาณ 5 ไร่
2. ต่อมาปี 2533 นายเคน ดอนอิสวน ได้ยื่นคำขออนุญาตสร้างวัดโดยใช้ที่ดินแปลง 21 ไร่ ซึ่งนายเฮียง พิมพ์ศรี ถือกรรมสิทธิ์ประกอบคำขอสร้างวัดกับกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ โดยแนบสัญญายกที่ดินให้สร้างวัด ฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2533 ระหว่างนายเฮียง พิมพ์ศรี กับนายอำเภอเมืองขอนแก่นและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น โดยมีหนังสือแสดงความยินยอมของ นางนาง พิมพ์ศรี ภรรยาของนายเฮียง ฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2533 ประกอบด้วย (ซึ่งแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา ถือว่ากรรมสิทธิ์ของที่ดินแปลงดังกล่าวตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเพื่อสร้างวัดทันทีที่มีการแสดงเจตนาดังกล่าว และกรรมสิทธิ์จะโอนไปเป็นของวัดทันทีเมื่อมีการตั้งวัดโดยชอบด้วยกฎหมาย และนายเฮียง ก็หมดกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2533)
3. ส่วนที่ดินที่ยังไม่มีกรรมสิทธิ์แปลง 5 ไร่ ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น นายเฮียง และทายาทไม่มีการครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยขณะนั้นที่พักสงฆ์อดุลยารามได้ให้แม่ชีชื่อ สกุล รักษ์พรหม ตั้งเป็นสำนักวิปัสสนาไว้ในที่ดินแปลง 5 ไร่
4. ประมาณปี 2534 นายเฮียง ถึงแก่กรรม ต่อมาปี 2547 นางนาง ภรรยานายเฮียง จึงได้ฟ้องคดีเพื่อขอกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวคืน
5.ประมาณปี 2537 นายเคน ดอนอิสวน ผู้ขออนุญาตสร้างวัดได้ถึงแก่กรรม นายของ อินทรีย์ จึงได้ดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดแทนนายเคน ดอนอิสวน
6. วันที่ 27 เมษายน 2541 กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศตั้ง วัดป่าอดุลยาราม และได้รับการขึ้นทะเบียน รหัสวัด 04400101016 ประเภทวัดราษฎร์ สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ตั้งวัดในพระพุทธศาสนา ราชกิจจานุเบกษาหน้าที่ 24 เล่มที่ 115 ตอนที่ 45 ง วันที่ 4 มิถุนายน 2541 ดังนั้น ที่ดินแปลง 21 ไร่ จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยารามตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2541
7. ต่อมาปี 2547 นางนาง หรือน้อย พิมพ์ศรี ภรรยานายเฮียง ได้ฟ้องวัดป่าอดุลยาราม เพื่อเรียกคืนการครอบครองที่ดินแปลง 5 ไร่ จากวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสรุปว่า โจทก์นำสืบได้เพียงว่า ตนได้เข้าครอบครองปลูกพืชก่อนนายเฮียง เสียชีวิต แต่หลังจากนั้นแม่ชีสกุล ได้เข้าครอบครองแล้วไม่ยอมออก เจตนาเพื่อยึดถือเพื่อตนของโจทก์จึงขาดตอน ไม่ครบองค์ประกอบครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 ส่วนประเด็นการยกที่ดินแปลง 21 ไร่ คู่ความไม่โต้แย้ง (จึงถือว่ากรรมสิทธิ์ที่ดินแปลง 21 ไร่ เป็นของวัดโดยสมบูรณ์)
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำสั่งที่ 9024/2555 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 ไม่รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา คดีจึงถึงที่สุด
8. ปี 2563 นางบัวไข สรสมุทร บุตรของนายเฮียง และนางนางหรือน้อย ได้ยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินแปลง 21 ไร่ และแปลง 5 ไร่ โดยให้เหตุผลว่าที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าว เป็นสินสมรสของนางนางหรือน้อย ผู้เป็นมารดาครึ่งหนึ่ง แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นได้คัดค้านการขอออกโฉนดที่ดิน ด้วยเหตุว่า ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยาราม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจึงไม่ได้มีการออกโฉนดให้ตามคำขอ
ต่อมา นางบัวไข สรสมุทร บุตรนายเฮียง กับนางนางหรือน้อย ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเฮียง ได้เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยมีเทศบาลนครขอนแก่นกับวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลยร่วม (เดิมฟ้องศาลปกครอง แต่คณะกรรมการชี้ขาด อำนาจหน้าที่ระหว่างศาลเห็นว่า เป็นเรื่องพิพาทกรรมสิทธิ์อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม) และศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษา ข้อเท็จจริงรับฟังว่า นายเฮียง ทำหนังสือยกที่ดินให้สร้างวัดที่พิพาทย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับไว้เป็นที่สร้างวัดตามเจตนาของผู้ให้ทันที และเมื่อมีการสร้างวัดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2541 ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลยารามตั้งแต่บัดนั้น โจทก์ในฐานะส่วนตัวและฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายเฮียง จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว สำหรับประเด็นที่ดินแปลง 5 ไร่ ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำพิพากษา หมายเลขแดง ที่ 2460/2548 นางนางหรือน้อย ไม่ได้ครอบครองถือประโยชน์ ซึ่งผูกพันกับตัวโจทก์ในคดีนี้ด้วย คดีจึงรับฟังได้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินส่วนดังกล่าว แต่เป็นจำเลยร่วมที่ 2 (คือวัดป่าอดุลยาราม) ที่มีสิทธิครอบครองในที่ดินส่วนดังกล่าว การที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ไม่ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือรังวัดแบ่งโฉนดที่ดินจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ ภาค 4 มีคำพิพากษา คดีแดง ที่ 3344/2568 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2568 ยืนตามศาลชั้นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างโจทก์ขออนุญาตฎีกา
ขณะนี้ นางบัวไข ได้มีหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ตามหนังสือลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ว่า ตนเป็นผู้จัดการมรดกของนายเฮียง ผู้เป็นบิดาและได้ขอแบ่งแยกโฉนดที่ดิน โฉนดเลขที่ 61945 ตั้งอยู่ที่ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น อันเป็นทรัพย์มรดก แต่วัดป่าอดุลยารามคัดค้านการขอแบ่งแยกโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่านายเฮียงฯ ได้มอบที่ดินให้สร้างวัด นางบัวไขฯ อ้างว่า บิดาไม่เคยทำนิติกรรมใด ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เกรงว่าจะเกิดความล่าช้าประสงค์เจรจาไกล่เกลี่ย จึงขอพระมหากรุณาเป็นที่พึ่ง



