จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันของโรงเรียนเทศบาลตำบลวัดประดู่ 1 เสงี่ยม พัฒนมาก (วุฒิจันทร์) อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีการตั้งข้อสังเกตทั้งเรื่องความเหมาะสมของรายการอาหาร คุณภาพ และปริมาณอาหารที่จัดให้นักเรียน 

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์  รมช.มหาดไทย ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด เพราะเรื่องอาหารกลางวันเป็นสวัสดิการของเด็กโดยตรง โรงเรียนต้องทำให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าลูกหลานจะได้รับอาหารอย่างเหมาะสมและเพียงพอ

เรื่องอาหารของเด็กจะปล่อยให้เป็นเพียงข้อสังเกตในโซเชียลไม่ได้ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง ทั้งรายการอาหาร ปริมาณ คุณภาพ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของเด็กตามหลักโภชนาการ

จากกรณีดังกล่าวที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องปริมาณและรสชาติอาหารที่มีรสเผ็ด ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือตัวเลขรายงานเกี่ยวกับผลกระทบที่นักเรียนได้รับจากการรับประทานอาหารกลางวันตามที่มีการตั้งข้อสังเกต

ทั้งนี้ นายวรศิษฎ์ ได้กำชับให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดประสานท้องถิ่นอำเภอและเทศบาลตำบลวัดประดู่ มีการตรวจสอบข้อมูลตามการตั้งข้อสังเกตดังกล่าว โดยให้พิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียน ให้มีการตรวจสอบและจัดทำรายงานข้อมูลที่สามารถชี้แจงต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้แก่ผู้ปกครอง

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งเพียงหาคำตอบว่า “ผิดหรือไม่ผิด” แต่ต้องดูถึงมาตรฐานการจัดบริการอาหารกลางวันว่า กระบวนการในเอกสารสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงหรือไม่ ตั้งแต่การวางแผนเมนู การคำนวณสารอาหาร การจัดซื้อจัดจ้าง การส่งมอบ การตรวจรับ ไปจนถึงปริมาณอาหาร ที่จะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักโภชนาการที่เด็กต้องได้รับในแต่ละมื้อ

“อาหารกลางวันที่ดี ต้องผ่านทั้งระบบและผ่านสายตาของคนที่กินจริง คือเด็ก เอกสารต้องถูกต้อง กระบวนการต้องตรวจสอบได้ และอาหารในจานต้องมีคุณภาพ เหมาะสม และเพียงพอ เราต้องดูให้ครบทุกมิติ เพราะเป้าหมายของงบประมาณอาหารกลางวันไม่ใช่แค่ให้จัดซื้อจัดจ้างได้ แต่คือทำให้เด็กได้กินอิ่มและได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมตามวัย” รมช.มหาดไทย กล่าว

นายวรศิษฎ์ ย้ำและกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ติดตามการจัดอาหารกลางวันของสถานศึกษาในความรับผิดชอบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตรวจสอบอาหารที่จัดให้เด็กนักเรียนจะต้องสอดคล้องกับรายการอาหารที่กำหนดไว้ จัดให้มีปริมาณอาหารที่เพียงพอ มีการคำนึงถึงวัยและความสามารถในการรับประทานของเด็ก ตลอดจนการตรวจรับอาหารให้เป็นไปตามขั้นตอนและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

“ถ้ามีข้อร้องเรียน เราต้องเอาข้อร้องเรียนมาเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ โรงเรียนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบต้องตอบให้ได้ว่า เด็กได้กินอะไร ปริมาณเท่าไร มีคุณภาพหรือไม่ หากพบว่าตรงไหนต้องปรับปรุง ก็ต้องแก้ไข ไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา และเป็นผลกระทบต่อเด็กนักเรียน” รมช.มหาดไทย กล่าว

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงมีความชัดเจน และหากพบว่ามีส่วนใดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการแก้ไขและรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยยึดประโยชน์และคุณภาพชีวิตของนักเรียนเป็นสำคัญ.