สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอมริกา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเรียกคืนไข่ไก่ประมาณ 19 ล้านฟองโดยสมัครใจ ว่ามีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ทั้งนี้ บริษัท มิดเวสต์ พอลทรี เซอร์วิสเซส เรียกคืนไข่จำนวนมหาศาลดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา เอนเทอริทิดิส ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
เอฟดีเอจัดให้การเรียกคืนดังกล่าวอยู่ในระดับ “คลาส 1” เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้อย่างสมเหตุสมผลว่า การบริโภคหรือสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพหรือเสียชีวิต
ไข่ที่อยู่ในข่ายเรียกคืนผลิตในรัฐเทกซัส ระหว่างวันที่ 6 มิ.ย.-3 ก.ค. 2569 และมีวันจำหน่ายหรือควรบริโภคก่อนระหว่างวันที่ 20 ก.ค.-17 ส.ค. ปีนี้ ไข่ดังกล่าวถูกจำหน่ายตามร้านค้าและส่งถึงผู้บริโภคในรัฐเทกซัส โอคลาโฮมา อาร์คันซอ ลุยเซียนา นิวเม็กซิโก และมิสซิสซิปปี
FDA upgrades egg recall linked to salmonella to highest health risk level https://t.co/f726gqGXNB
— CBS News (@CBSNews) August 15, 2026
ผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนมีทั้งหมด 1,589,577 โหล คิดเป็นประมาณ 19 ล้านฟอง ครอบคลุมทั้งไข่เปลือกสีขาวและไข่สีน้ำตาลจากระบบเลี้ยงแบบปลอดกรง ภายใต้ชื่อแบรนด์หลายรายการ
บริษัทระบุว่า ตรวจพบปัญหาที่ฟาร์ม 2 แห่งในรัฐเทกซัส จากการติดตามตรวจสอบสภาพแวดล้อมเชิงรุก และได้ดำเนินการตรวจสอบภายในเพื่อค้นหาแหล่งที่มาของเชื้อเพิ่มเติม พร้อมทั้งย้ำผู้บริโภค อย่ารับประทานไข่ดังกล่าว ขอให้นำไปทิ้งหรือส่งคืนร้านค้าเพื่อขอเงินคืนเต็มจำนวน
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด ว่ามีผู้ป่วยรายใดที่เชื่อมโยงโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนแล้วหรือไม่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



