สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า นายซูฮาอิล อัล มาซรูอี รมว.พลังงานยูเออี กล่าวถึงการเตรียมออกจากการเป็นสมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และโอเปกพลัส ซึ่งเป็นพันธมิตรความร่วมมือระหว่างโอเปกกับผู้ผลิตน้ำมันพันธมิตรภายนอก โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. นี้ ว่าการถอนตัวในช่วงเวลานี้ “มีความเหมาะสม” เพราะจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดและราคาน้ำมันโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดและมีข้อจำกัดในการเดินเรือ


ขณะเดียวกัน มาซรูอียืนยันว่า การตัดสินใจถอนตัวครั้งนี้ “เป็นการตัดสินใจด้านนโยบายเท่านั้น และไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง” เพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างความสมดุลด้านนโยบายให้กับยูเออี พร้อมทั้งย้ำความมุ่งมั่นของยูเออีในเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการจัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้ มีความรับผิดชอบ และมีคาร์บอนต่ำ พร้อมไปกับการสนับสนุนตลาดโลกให้มีความมั่นคง


ด้านนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การที่ยูเออีถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกโอเปกและโอเปกพลัส อาจกระตุ้นให้สมาชิกประเทศอื่นเดินตามรอย เพื่อหลุดพ้นจากนโยบายจำกัดโควตาการผลิต


ที่ผ่านมา ยูเออีได้ผลักดันให้มีการเพิ่มโควตาการผลิตของทั้งโอเปกและโอเปกพลัสมาตลอด เนื่องจากต้องการขยายขีดความสามารถในการผลิตให้เกินกว่าเพดานดังกล่าว ซึ่งโควตาการผลิตของยูเออีในปัจจุบันอยู่ที่ราว 3.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อปราศจากข้อจำกัดเหล่านั้นแล้ว ยูเออีอาจเพิ่มปริมาณการผลิตได้อีกเกือบสองเท่า.

เครดิตภาพ : AFP