สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกแถลงการณ์ ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา ในข้อหาร่วมกันสมคบคิดเพื่อสังหารบุคคลสัญชาติสหรัฐ 1 กระทง ข้อหาฆาตกรรม 4 กระทง และข้อหาทำลายอากาศยานอีก 2 กระทง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2539 โดยเครื่องบินที่ถูกยิงเป็นเครื่องบินเล็กขับเคลื่อนด้วยใบพัด 2 ลำ ของกลุ่มพลเรือนพลัดถิ่นชาวคิวบา-อเมริกัน ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา มีชื่อว่า “กลุ่มพี่น้องกู้ภัย” คอยออกปฏิบัติการกู้ภัยเพื่อค้นหาและช่วยเหลือชาวคิวบา ที่ล่องแพหลบหนีออกมาจากประเทศของตัวเอง
เมื่อการยิงเกิดขึ้น เครื่องบินทั้งสองลำตกลงสู่ทะเล มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย ส่วนเครื่องบินอีกลำสามารถหลบหนีและบินกลับไปยังสหรัฐได้ทัน หลังเกิดเหตุ รัฐบาลซึ่งตอนนั้นคาสโตรดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงกลาโหม และกองทัพคิวบายืนยันการใช้สิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย เนื่องจากอากาศยานของกลุ่มนักเคลื่อนไหวละเมิดน่านฟ้าหลายครั้ง
Acting Attorney General Todd Blanche announced that former Cuban President Raul Castro has been indicted in the United States on murder charges, in a major escalation in Washington's pressure campaign against the island's communist government https://t.co/Yq1cfqE2e7 pic.twitter.com/X0tS2NBHdz
— Reuters (@Reuters) May 20, 2026
ขณะที่ผลการสอบสวนของสหรัฐและหน่วยงานหลายแห่ง รวมถึงองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ( ไอเคโอ ) ยืนยันว่า กองทัพคิวบายิงเครื่องบินทั้งสองลำตกในเขตน่านฟ้าสากล ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ด้านนายทอดด์ บลานช์ รักษาการรมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ปฏิเสธตอบคำถามว่า กองทัพสหรัฐจะบุกเข้าไปจับกุมคาสโตร วัย 94 ปี ถึงในคิวบาหรือไม่ แต่กล่าวว่า คาสโตรจะต้องเดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันใดวันหนึ่ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐที่มีต่ออดีตผู้นำคิวบา ซึ่งเป็นนน้องชายของนายฟิเดล คาสโตร รัฐบุรุษแห่งคิวบาผู้ล่วงลับ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและความหวาดหวั่น ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ตึงเครียดมาตลอด และรัฐบาลวอชิงตันกำลังยกระดับกดดันคิวบาจากทุกทาง “เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



