สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 15 ม.ค ว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) กล่าวว่า ปี 2565 มีอุณหภูมิสูงเทียบเท่ากับในปี 2558 ซึ่งร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก นับตั้งแต่มีการเริ่มเก็บบันทึกเมื่อปี 2423 แม้จะมีปรากฏการณ์ลานีญาในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ทำให้อุณหภูมิโลกลดลงเล็กน้อยก็ตาม
นอกจากนี้ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (เอ็นโอเอเอ) ยังกำหนดให้ปีที่แล้วอยู่ในอันดับ 6 ของปีที่ร้อนที่สุด นับตั้งแต่ปี 2423 ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า ปี 2565 คือ ปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์เช่นกัน
Earth in 2022 was about 1.9F (or about 1.1C) warmer than the late 19th century average.
— NASA Earth (@NASAEarth) January 12, 2023
This visualization shows how Earth has warmed since 1880. Red spirals indicate warmer than average temperatures.
Learn more: https://t.co/uc7wzZTJJ5
See the data: https://t.co/F7JnIDSA9r pic.twitter.com/jdOINdTnYU
อนึ่ง อุณหภูมิโลกเฉลี่ยในขณะนี้สูงกว่าในยุคก่อนอุตสาหกรรม 1.1-1.2 องศาเซลเซียส โดยนายเกวิน ชมิดต์ ผู้อำนวยการสถาบันก็อดดาร์ดเพื่อการศึกษาอวกาศของนาซา (จีไอเอสเอส) กล่าวว่า อุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ซึ่งการทำให้อุณหภูมิไม่ขึ้นสูงถึง 1.5 องศาเซลเซียส ได้นั้นมีเพียงวิธีเดียว นั่นคือ การหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ
“อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะยิ่งสูงขึ้นในอีก 10 ปีนับจากนี้ ซึ่งหากประเทศต่าง ๆ ไม่หยุดเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางซอนยา เซเนวิราตน์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส ซูริก (อีทีเอช ซูริก) กล่าว
แม้ผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ของโลกส่วนใหญ่ให้คำมั่นว่า จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ทว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้น โดยชมิดต์ กล่าวเสริมว่า ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเมื่อปีที่แล้ว อยู่ในระดับสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 3 ล้านปี.
เครดิตภาพ : REUTERS



