เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 เม.ย. (ตามเวลาประเทศไทย) มวลมนุษยชาติได้ร่วมกันจับตาช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ เมื่อยานอวกาศ โอไรออน (Orion) ในภารกิจ อาร์เทมิส 2 (Artemis II) จะต้องเผชิญกับสภาวะ “ขาดการติดต่อ” นานถึง 40 นาทีเต็ม! ขณะโคจรผ่าน “ด้านไกลของดวงจันทร์” (Far Side of the Moon)

ทำไมสัญญาณอาศัยในอวกาศถึงถูกตัดขาด?

หลายคนอาจสงสัยว่า ในยุคที่เรามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสื่อสารข้ามโลกได้ในเสี้ยววินาที ทำไมนาซา (NASA) ถึงปล่อยให้สัญญาณขาดหายไปดื้อๆ?

คำตอบง่ายๆ คือ “ดวงจันทร์มันบัง” ..ในเชิงฟิสิกส์ สัญญาณวิทยุและเลเซอร์เดินทางเป็นเส้นตรง เมื่อยานโอไรออนเคลื่อนที่เข้าสู่ “ด้านหลัง” ของดวงจันทร์ มวลหินมหาศาลของดวงจันทร์จะทำหน้าที่เป็นกำแพงยักษ์กั้นระหว่างยานกับเสาสัญญาณบนโลกโดยสิ้นเชิง ไม่มีทางที่สัญญาณจะทะลุผ่านหรืออ้อมมาได้ในช่วงเวลานั้น นี่คือสิ่งที่นักบินอวกาศเรียกว่า “เขตอับสัญญาณ” ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ทำไมต้อง 40 นาที? เป็น 30 หรือ 50 นาทีได้หรือไม่?

ตัวเลข 40 นาที ไม่ได้มาจากการสุ่มหรือการตั้งเวลา แต่เป็นผลมาจาก “กฎของวงโคจร” ที่ความเร็วของยานโอไรออนต้องใช้ความเร็วในระดับที่เหมาะสมเพื่อเหวี่ยงตัวเองผ่านดวงจันทร์ (Lunar Flyby)
-ระยะห่าง ในภารกิจนี้ ยานจะเดินทางไปไกลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คือ 252,760 ไมล์ (ประมาณ 406,778 กม.) ซึ่งไกลกว่าภารกิจอะพอลโล 13 เสียอีก
-ขนาดของดวงจันทร์ ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์และความเร็วของยานในวงโคจรนี้ คำนวณออกมาได้ว่ายานจะใช้เวลา “มุด” เข้าไปหลังเงามืดประมาณ 40 นาทีนั่นเอง

หากจะให้เป็น 30 นาที ยานต้องเร่งความเร็วให้สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้หลุดวงโคจรและกลับโลกไม่ได้ หรือถ้าเป็น 50 นาที ยานอาจจะต้องโคจรต่ำลงไปอีก ดังนั้น 40 นาทีจึงเป็น “จุดสมดุล” ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับชีวิตนักบินอวกาศทั้ง 4 คน

ความเงียบที่น่าถวิลหา

เมื่อ 50 ปีก่อน “ไมเคิล คอลลินส์” นักบินอะพอลโล 11 เคยต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวนี้รอบละ 48 นาที ขณะที่เพื่อนของเขาลงไปเดินบนดวงจันทร์ เขาเคยเขียนไว้ว่าเขารู้สึก “สงบอย่างประหลาด” เพราะได้หลีกหนีจากเสียงสั่งการของศูนย์ควบคุมบนโลก

แต่สำหรับอาร์เทมิส 2 นี่คือบททดสอบใหม่ นักบินอวกาศต้องควบคุมยานด้วยตัวเอง (Manual Control) และต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ปัญหาในระบบจัดการของเสียที่เคยเกิดขึ้นในวันที่ 4 ของภารกิจ ซึ่งพวกเขาต้องอาศัย “สติ” และ “การตัดสินใจ” ของทีมโดยไม่มีคนบนโลกช่วยคิดเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง

โอกาสทองในความมืด.. วิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยเห็นจากโลก

ในช่วง 40 นาทีที่สัญญาณหายไป นักบินอวกาศไม่ได้นั่งเฉยๆ แต่พวกเขาคือ “ตา” คู่แรกในรอบครึ่งศตวรรษที่จะได้เห็นพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์แบบใกล้ชิด และยังต้องทำภารกิจ “สำรวจหลุมอุกกาบาต” เช่น พื้นที่ Reiner Gamma และแอ่ง South Pole–Aitken เพื่อหาที่ตั้งฐานทัพในอนาคต

เราจะไม่ยอมให้ใครต้องเหงาอีกต่อไป

ความกังวลเรื่อง 40 นาทีแห่งความเงียบนี้ กำลังขับเคลื่อน “เมกะโปรเจกต์” ด้านการสื่อสารอวกาศ ทั้ง..
-โครงการ Moonlight (ESA) สร้างเครือข่ายดาวเทียมรอบดวงจันทร์
-LunaNet (NASA) วางระบบอินเทอร์เน็ตอวกาศเพื่อให้สื่อสารได้แบบ 24/7
-จีน (CNSA) ส่งดาวเทียม “ฉวี่เฉียว” ไปรอที่จุดตัดสัญญาณ เพื่อทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ส่งสัญญาณให้ยานฉางเอ๋อมาแล้ว

การขาดสัญญาณ 40 นาทีในภารกิจอาร์เทมิส 2 ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างยุคบุกเบิกที่ต้องพึ่งพาโชคชะตา สู่ยุคเศรษฐกิจอวกาศที่เรากำลังจะไปตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน เมื่อสัญญาณกลับมาเชื่อมต่อที่สถานีกูนฮิลลี (Goonhilly) อีกครั้ง มันคือคำตอบว่า “มนุษย์พร้อมแล้ว” ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองในอนาคต..

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก NASA – National Aeronautics and Space Administration NASA Artemis