สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) กล่าวถึงสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ว่ากองทัพสหรัฐประจำการอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อทำหน้าที่ “กองกำลังป้องกัน” และสร้างเกราะคุ้มกันที่หนาแน่นให้กับเรือพาณิชย์ เพื่อให้สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แล้วออกจากอ่าวเปอร์เซียได้


อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.คูเปอร์ ปฏิเสธกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเท่ากับว่า การหยุดยิงกับอิหร่านตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ว่าสิ้นสุดแล้วหรือไม่ โดยย้ำเพียงว่า การปะทะที่เกิดขึ้นเป็นผลจาก “พฤติกรรมก้าวร้าว” ที่เริ่มโดยอิหร่าน และกองทัพสหรัฐต้องป้องกันตนเอง


ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ราคาน้ำมันโลก งวดส่งมอบเดือน ก.ค. พุ่งขึ้นเกือบ 6% ไปแตะที่ 114.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 3,751.29 บาท) ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายประจำวันอังคาร ตอกย้ำความกังวลของนักลงทุน ว่าสงครามอาจกลับมาปะทุอีก.

เครดิตภาพ : REUTERS