สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า นายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า “เราจบความสัมพันธ์กับเลขาธิการคนนี้แล้ว” โดยประณามรายงานที่จะออกมาจากสำนักงานของนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส ในเร็ว ๆ นี้

ดานอนกล่าวว่า การตัดสินใจขึ้นบัญชีดำอิสราเอล และกล่าวหาเราว่า ใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธสงครามนั้น เป็นการตัดสินใจที่อุกอาจ นอกจากนั้น เลขาธิการและทีมงานของเขา ยังคงเผยแพร่คำโกหกใส่ร้ายอิสราเอล ขณะที่การนำอิสราเอลและกลุ่มผู้ก่อการร้ายฮามาส มาอยู่ในรายชื่อเดียวกัน ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

คณะผู้แทนอิสราเอลประจำสหประชาชาติกล่าวในแถลงการณ์ว่า จะไม่มีการติดต่อใด ๆ กับสำนักงานเลขาธิการ ตราบใดที่กูเตร์เรสยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าอยู่

นายโอเรน มาร์มอร์สไตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า การตัดสินใจที่น่าละอายและไร้สาระของสหประชาชาติ ในการรวมหน่วยงานของอิสราเอลไว้ในภาคผนวกของรายงาน “ความรุนแรงทางเพศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง” (ซีอาร์เอสวี) เป็นหลักฐานเพิ่มเติมถึงธรรมชาติที่แท้จริงของยูเอ็น ซึ่งก็คือองค์กรที่ถูกครอบงำทางการเมืองและทุจริต

ด้าน น.ส.รีม อัลซาเล็ม ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง กล่าวว่า การเพิ่มชื่ออิสราเอลลงในบัญชีดำด้านความรุนแรงทางเพศนั้น “ล่าช้าเกินไป” และก่อนหน้านี้ เธอเคยแสดงความผิดหวังที่อิสราเอลยังไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ แม้จะมีการบันทึกและตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงทางเพศต่อสตรี บุรุษ และเด็กชาวปาเลสไตน์

เมื่อเดือน ส.ค. 2568 ยูเอ็นอ้างถึง “ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ” เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ ที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิสราเอลกระทำต่อผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์ในเรือนจำ และศูนย์กักกันอื่น ๆ ซึ่งผู้ตรวจสอบของยูเอ็นถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงพื้นที่เหล่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS