เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ ทนายความของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ นายกมลศักดิ์ และพวก รวม 3 คน ในคดีที่ถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่านอกจากผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 7 คน ยังมีผู้บงการคนอื่นอีก โดยมี พ.ต.ท.กิตศรุต แก้วทองเมือง รองผู้กำกับการ กองทะเบียนประวัติอาชญากร (รองผกก.ทว.) นายตำรวจเวรอำนวยการเป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ

นายกิจจา กล่าวว่า ยกตัวอย่างว่าผู้ต้องหากลุ่มแรก 5 คน ที่โดนจับ พนักงานสอบสวนก็จะไม่ตั้งข้อกล่าวหา หรือไม่เรียกผู้ต้องหา 2 คนสุดท้ายมากล่าวหา จน นายกมลศักดิ์ ต้องไปแจ้งความกล่าวหาว่าให้เอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง 2 คนสุดท้ายด้วย และแทนที่พนักงานสอบสวนจะมีหมายจับ แต่กลับมีหมายเรียก และสุดท้ายก็แจ้งข้อหาว่าเป็นผู้สนับสนุน จึงคิดว่าสำนวนนี้ยังไม่จบแค่นี้ ยังต้องมีผู้บงการอีก ส่วนประเด็นที่มีความจำเป็น ในฐานะที่เป็นทนายความ จึงมาร้องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากว่ามีประเด็นหลายประเด็นที่เป็นที่สำคัญของคดี เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าศาลพิพากษาลงโทษ ต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนที่หนักแน่นเพียงพอที่ศาลจะพิพากษาว่าได้กระทำผิดอย่างไร เราจึงมาร้องให้กำกับควบคุมการทำงานของพนักงานสอบสวน และเร่งรัดการดำเนินคดี เช่น ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การพูดคุยในแอปพลิเคชันทั้งหมด โดยข้อมูลส่วนนี้จะมีการสนทนาว่ามีหรือไม่ แต่เมื่อเราไปถามความคืบหน้าของพนักงานสอบสวน ก็บอกว่าไม่มี เราได้แค่คำพูด ไม่เคยเห็นเอกสาร และตนเองไม่อยากให้คดีของนายกมลศักดิ์ ซ้ำรอยกับคดีทนายสมชาย นีละไพจิตร เพราะทนายสมชาย จนถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าคนที่บงการคือใคร

“…เช่นเดียวกับคดีนี้ที่เราอยากได้ตัวผู้บงการ และถามว่าชีวิตของนายกมลศักดิ์ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป ใช้ชีวิตธรรมดาไม่ได้แล้ว พร้อมย้ำว่าให้เร่งตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ เส้นทางการใช้รถยนต์ โดยหากเปรียบเทียบการทำงานของพนักงานสอบสวนในคดีนี้กับคดีความมั่นคง มีความแตกต่างกันมาก เพราะคดีความมั่นคง พนักงานสอบสวนทำงานอย่างละเอียด ความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหา หรืออาวุธปืน ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และนำมาดำเนินการ…” นายกิจจา กล่าว

เมื่อถามว่า นายกมลศักดิ์ ไม่ได้เชื่อว่ามีผู้ต้องหาแค่นี้ใช่หรือไม่ นายกิจจา กล่าวว่า จากการให้การของผู้ต้องหา ก็บอกว่าไม่รู้จัก และไม่ได้มีเหตุผลอะไรมา ก็แสดงว่าถูกจ้างมา เมื่อถูกจ้างมา เราก็ต้องถามว่าใครเป็นคนจ้าง เป็นคนบงการ และตนเองเชื่อว่าคดีนี้ คงไม่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงในพื้นที่ แต่สุดท้ายอยู่ที่พนักงานสอบสวนว่ามีหลักฐานเพียงใด โดยขณะนี้ผู้ก่อเหตุที่ถูกแจ้งข้อหาผู้สนับสนุน 2 คนสุดท้ายได้ประกันตัว ซึ่งตอนที่ฝากขังผู้ต้องหา 2 คนหลัง ศูนย์ทนายความมุสลิมได้คัดค้านการประกันตัว เกรงว่านายทหารผู้ใหญ่ของทั้ง 2 คน จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ศาลก็อนุญาต

ส่วนเป็นบุคคลมีสี หรือบุคคลในพื้นที่หรือไม่นั้น นายกิจจา กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ ก็จะดูตามพยานหลักฐานที่เราร้องวันนี้ เชื่อว่าหากมีการหาหลักฐานผ่านการใช้โทรศัพท์ เส้นทางการเงิน เส้นทางการใช้รถ เชื่อว่าไม่พ้นมือตำรวจไทย เพราะทำงานเก่ง
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกันว่าใครเป็นผู้บงการหรือไม่นั้น นายกิจจา กล่าวว่า นายกมลศักดิ์ ก็ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าจะไปถึงหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า มีคนที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องอีกใช่หรือไม่ นายกิจจา ย้ำว่า เชื่อว่ามีคนที่เกี่ยวข้อง.



