เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าภารกิจการค้นหาวันที่ 4 (วานนี้) ภายหลังจากพบร่าง น.ส.วันทนีย์ เลขวรรณวิเศษ หรือ เอ๋ อายุ 53 ปี ชาว จ.นนทบุรี พลัดหลงและสูญหายระหว่างเดินป่าในเส้นทางเขาเจ็ดยอด ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยพบเป็นศพลอยน้ำอยู่ในน้ำตก บริเวณ ‘หนานย่านไทร’ ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน และพื้นล่างเป็นแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่

ผู้สื่อข่าวได้เฝ้าติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง จุด อ.ปะเหลียน ชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทาง ร่วม 30 ชีวิต ได้ร่วมกันออกเดินทางจากน้ำตกโตนเต๊ะ ฝ่าสายฝนขึ้นไปยังจุดที่พบศพ ระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร โดยใช้ระยะเวลาในการเดินขึ้นไปประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงซิปล็อกอย่างดี และยกขึ้นใส่เปลบอร์ด ก่อนจะใช้ท่อนไม้ทำเป็นคันสำหรับแบกหามร่างลงมายังพื้นล่าง ในขณะเดียวกันชายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนนำทางจากฝั่ง จ.พัทลุง เกิดการป่วยและอ่อนล้าอย่างมากในระหว่างร่วมค้นหา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยเหลือและประคองชายรายดังกล่าวลงมาด้วย

ซึ่งการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความลำบากและอุปสรรคตลอดทาง เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ช่วงบ่าย ประกอบกับมีน้ำป่าหลากลงมาตามเส้นทาง และบางจุดต้องฝ่ากระแสน้ำจากลำธารและน้ำตก รวมทั้งสภาพพื้นที่เป็นหน้าผาที่สูงชันเป็นอย่างมาก ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน เนื่องจากในตอนแรกตามที่มีการวางแผนไว้ จะนำร่างผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตลงมายังบริเวณน้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเดินขึ้นไป แต่ปรากฏว่าด้วยสภาพพื้นที่ที่มีความสูงชัน จึงจำเป็นต้องนำผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บไปลงยังพื้นที่เชิงเขา บริเวณหมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน ซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่ลาดชันน้อยกว่า

โดยได้มีการช่วยเหลือผู้ป่วยรายดังกล่าวลงมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยการใช้รถยนต์กระบะโฟร์วีล ขับลุยป่าเข้าไปรับผู้ป่วยบริเวณเชิงเขา ก่อนจะเคลื่อนย้ายใส่รถ ออกมาส่งถึงรถพยาบาลของ รพ.ปะเหลียน ที่จอดรออยู่บริเวณด้านนอกและรถหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย อบต.ปะเหลียน ในเวลา 22.52 น. ซึ่งรถพยาบาลไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ด้านในได้ เบื้องต้นมีอาการอ่อนล้าเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และนำตัวส่ง รพ. อย่างเร่งด่วนทันที

ไร้ปาฏิหาริย์! ห่างจุดเบาะแส 1 กม. พบศพนักท่องเที่ยวหญิงหลงป่าเขาเจ็ดยอด

ต่อมาชุดกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตลงมาถึงบริเวณเชิงเขาและนำขึ้นรถชนิดโฟร์วีล มาส่งถึงยังรถหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ก่อนจะนำร่างไปชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นที่ รพ.ปะเหลียน เบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลบริเวณหน้าผาก ซึ่งคาดว่ามาจากการตกกระแทก

เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบหลักฐานที่พบเจอและนำไปสู่การพบตัว คือ หน่อไม้ หน่อข่า มีร่องรอยการกิน กระป๋องแก๊ส ทิชชูเปียก ซองผงเกลือแร่ และกองอุจจาระ โดยไม่พบร่องรอยการตั้งแคมป์นอนพัก ซึ่งน่าจะนอนโดยวิธีการผูกเปล และพบโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋า

ด้าน นายยะดิน เกื้อเดช อายุ 57 ปี ชาวบ้านที่ชำนาญเส้นทาง และเป็นผู้นำทางในการขึ้นไปเคลื่อนย้ายร่างลงมา เปิดเผยว่า เป็นอุปสรรคอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่มีความสูงชัน ฝนตกหนักและมีน้ำหลาก ต้องแบกหามข้ามกระแสน้ำมา ที่เปลี่ยนแผนมาลงที่ใหม่เพราะทางสูงชันน้อยกว่า แต่ระยะทางไกลกว่าทางน้ำตกโตนเต๊ะประมาณ 1-2 กิโลเมตร จนสำเร็จ

ขณะที่ นายธนกฤต ทองขวิด อายุ 43 ปี คนนำทางของอุทยานฯ และเป็นทีมที่ไปพบเจอร่าง กล่าวว่า วันที่ 3 มิ.ย. ช่วงประมาณ 2 ทุ่ม พบเบาะแสทิชชูเปียก ซองผงเกลือแร่ และกองอุจจาระ ซึ่งมีสภาพใหม่ และต่อมาในวันที่ 4 มิ.ย. พบเจอมีกระป๋องแก๊ส ซึ่งยืนยันว่าเป็นของผู้สูญหาย ก่อนจะเดินมาที่บริเวณต้นไผ่ พบมีหน่อไม้ และต้นข่า มีร่องรอยการฉีก และมีร่องรอยฟันในการกัดกิน ซึ่งถูกตั้งไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งหากคนที่เดินทางจะเห็นได้อย่างเด่นชัด ซึ่งผู้เสียชีวิตอาจจะตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์เพื่อให้คนที่ตามหาพบเห็น จึงได้จำกัดวงในการค้นหาให้แคบลง และเดินลงมาตามสายน้ำ กระทั่งมาพบร่างผู้เสียชีวิตลอยน้ำในสภาพคว่ำหน้าติดอยู่กับโขดหิน โดยมีกระเป๋าเป้สะพายหลังอยู่บริเวณน้ำตก ซึ่งเหนือน้ำตกดังกล่าวเป็นหน้าผาหินสูงชัน เป็นแนวดิ่งสูงประมาณ 20 เมตร

ซึ่งผู้เสียชีวิตน่าจะตั้งใจเดินข้ามน้ำตกบริเวณหน้าผาดังกล่าว และเกิดการลื่นกระแทกกับหิน และไถลพลัดตกลงไปในน้ำด้านล่าง ประกอบกับกระเป๋าเป้ที่หนักประมาณ 15 กิโลกรัม ถ่วงหลัง และเมื่อโดนน้ำ ด้านในกระเป๋าเป้ซึ่งมีถุงนอนและของใช้ที่อมน้ำ ทำให้มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองขึ้นมาได้ และจากการตรวจสอบกระเป๋าเป้ น่าจะมีอาหารหลงเหลืออยู่

จากการสอบสวนเบื้องต้น จุดที่พบศพอยู่ห่างจากจุดที่พบเบาะแสไปประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าน่าจะพลัดหลงเส้นทางบริเวณทางแยก หลังลงมาจากยอดเขาเจ็ดยอด ซึ่งผู้เสียชีวิตจะต้องเดินลงไปยังน้ำตกหนานสะตอ แต่ปรากฏว่าน่าจะเดินมาอีกทาง คือทางที่มายังน้ำตกโตนเต๊ะ และในบริเวณดังกล่าวไม่ใช่เส้นทางเดินป่า และมักไม่มีใครนิยมเดินกัน เนื่องจากมีความชันและอันตรายเป็นอย่างมาก จนมาเจอศพในระหว่างทางแยกลงไปน้ำตกหนานสะตอกับทางลงไปน้ำตกโตนเต๊ะ

อย่างไรก็ตามภายหลังจากชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ปะเหลียน เสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ดำเนินการส่งร่างไปผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงที่ รพ.สงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจะมีการนำร่างไปมอบให้กับญาติตามภูมิลำเนาเดิมที่ จ.ขอนแก่น ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป.