เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ร.ต.อ.ปรวุฒิ ส้มแป้นหวาน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเสาธง รับแจ้งเหตุพบศพชายและหญิงเสียชีวิตภายในรถเก๋ง บริเวณกลางซอยบางแวก 15 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผบก.น.7 พ.ต.ท.กิตติภูมิ ทินาโชติ รอง ผกก.สส.สน.บางเสาธง พ.ต.ท.ฑกร พิมายกลาง สว.สส.สน.บางเสาธง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเสาธง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบริเวณริมกำแพงหน้าบ้านเลขที่ 6 พบรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์เงิน กรุงเทพมหานคร ติดฟิล์มสีดำทึบ กระโปรงหน้ารถเปิดแง้มไว้เพื่อระบายความร้อน เครื่องยนต์ดับ ประตูทั้ง 4 บานถูกล็อก รถจอดหันหน้ามุ่งไปทางปากซอย ด้านซ้ายชิดกำแพง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดประตูรถ
ภายในรถพบม่านบังแดดบริเวณกระจกหน้าฝั่งคนขับ กุญแจยังเสียบอยู่ที่สวิตช์สตาร์ต แต่แบตเตอรี่หมด เบาะคู่หน้าปรับเอนนอนทั้งสองด้าน
บนเบาะคนขับพบศพ นายวรพล อายุ 44 ปี เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร นอนหงาย มีน้ำลายฟูมปาก สวมเสื้อกล้ามสีเทา เปลือยท่อนล่าง โดยอวัยวะเพศยังสวมถุงยางอนามัยอยู่ ส่วนกางเกงขาสั้นสีเทาถูกถอดกองไว้บริเวณปลายเท้า ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย
ส่วนเบาะด้านซ้ายพบศพ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 27 ปี ชาว จ.สุรินทร์ นอนหงาย มีน้ำลายฟูมปาก สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายขาว-ดำ โดยเสื้อถูกปลดกระดุมจนเห็นเสื้อชั้นใน สวมกางเกงขาสั้นลายเดียวกับเสื้อ ไม่พบบาดแผลเช่นกัน

จากการตรวจสอบภายในรถ พบแก้วเยติพร้อมหลอดดูด 2 ใบ ล้มอยู่บริเวณขาฝ่ายชาย พบอาหารเสริมบำรุงสมรรถภาพทางเพศ 1 กล่อง ซองถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว 1 ซอง และใบสมัครงาน ส่วนบนพื้นถนนฝั่งคนขับ พบซองถุงยางอนามัยที่ถูกฉีกอีก 1 ซอง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นายจำรัส อายุ 68 ปี ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณตี 3 ตนขับรถจะไปส่งแฟนที่ตลาดมหานาค พบรถคันดังกล่าวจอดติดเครื่องยนต์ขวางหน้าบ้าน จึงลงไปเคาะกระจกและตบหลังคารถ แต่คนขับไม่ยอมขยับรถหรือแสดงอาการตอบโต้ ตนจึงหักหลบรถออกไปส่งแฟน เมื่อกลับมาประมาณตี 5 พบว่ารถดับเครื่องแล้ว แต่สามารถเข้าบ้านได้จึงไม่ได้สนใจ กระทั่งช่วงสายลองส่องเข้าไปภายในรถ พบชายหญิงนอนอยู่ในสภาพเปลือย จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ด้าน นายสราวุฒิ อายุ 22 ปี น้องชายของ น.ส.พัชรินทร์ ให้การว่า พี่สาวทำงานเป็นพนักงานขายชุดว่ายน้ำ หลังเลิกงานได้กลับมาถึงบ้านช่วงดึก ก่อนบอกว่าจะมีเพื่อนมารับไปงานวันเกิด และออกจากบ้านประมาณตี 2 ส่วนชายที่พบเสียชีวิตด้วยกันนั้น ตนไม่เคยเห็นหน้า แต่ทราบว่าพี่สาวพูดคุยกับผู้ชายอยู่ 2-3 คน และไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว โดยจุดที่พบรถ อยู่ห่างจากบ้านที่ครอบครัวเช่าอาศัยเพียงประมาณ 30 เมตร
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่ารถคันดังกล่าวเข้ามาจอดเมื่อเวลา 02.08 น. ของวันที่ 4 ก.ค. และช่วงเวลาประมาณตี 3 นายจำรัสได้เดินมาเคาะกระจกรถ แต่ไม่มีการตอบสนอง เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าทั้งคู่อาจเสียชีวิตไปแล้ว โดยนับจากเวลาที่รถเข้ามาจอดจนถึงช่วงคาดว่าเสียชีวิต ใช้เวลาประมาณ 90 นาที
แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตอาจได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide : CO) เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก จนทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะต้องส่งแก้วเยติไปตรวจพิสูจน์ว่ามีการผสมสารใดในเครื่องดื่มหรือไม่ อีกทั้งจะตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เนื่องจากพบว่ารถมีปัญหาเรื่องความร้อน จึงมีการเปิดแง้มกระโปรงหน้ารถไว้เพื่อระบายความร้อน และเครื่องยนต์อาจดับเอง ขณะที่ทั้งสองอาจพักผ่อนหลังมีเพศสัมพันธ์จนเผลอหลับ ก่อนเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซภายในรถ ทั้งนี้ ต้องรอผลชันสูตรและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป



