เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 (ผกก.ตชด.23) รับผิดชอบการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดน และพื้นที่ความมั่นคงครอบคลุม 6 จังหวัดในภาคอีสานตอนบน ได้แก่ สกลนคร,นครพนม,มุกดาหาร,มหาสารคาม,ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ แถลงจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาบ้าประมาณ 1 ล้านเม็ด และ รถยนต์ 2 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และ ตชด.237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้ร่วมกันตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในเขตพื้นที่ สภ.ธาตุพนม โดยจับกุมตัวคนขับคือนายอาณกร หรือนนท์ อายุ 24 ปี ชาวบ้านหนองกุงใหญ่ ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงนำตัวไปตรวจปัสสาวะพบฉี่เป็นสีม่วง ตั้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่รถขณะขับรถมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) อยู่ในร่างกาย นำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม พิพากษาจำคุกเป็นเวลา 4 เดือน

โดยครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมในข้อหาอื่นเพิ่มเติมได้ แต่เมื่อนำโทรศัพท์มือถือนายนนท์ ไปตรวจสอบ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ จึงเกาะติดอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนายนนท์ พ้นโทษเมื่อปลายเดือนเมษายน 69 ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 9 พฤษภาคม 69 พบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อมาสด้า ซีรีส์ 2 จำนวน 2 คัน มีสีแดง และ สีขาว เข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ตชด.237 ซึ่งอาจจะเป็นยานพาหนะในการขนลำเลียงยาเสพติด ชุดปฏิบัติการข่าวจึงได้ติดตามสืบสวนสอบสวนเชิงลึก พบว่ารถมาสด้าสีแดงถูกขายทิ้งในตลาดมืดไปแล้ว ส่วนมาสด้าสีขาวจอดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่บ้านโคกกลาง ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบทะเบียนพบชื่อผู้ครอบครองเป็นผู้หญิงอยู่ในพื้นที่ จ.สระบุรี

จากนั้นวันที่ 1 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 2 ทุ่ม สายสืบรายงานว่าพบรถมาสด้าสีขาว เข้ามาในเขตพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีพิรุธต้องสงสัย กระทั่งเวลาราว 4 ทุ่ม รถเป้าหมายได้ขับออกจากปั๊ม น้ำมันในพื้นที่ศรีสงคราม โดยมีรถกระบะโตโยต้า สีขาว ขับตามหลัง คาดว่ารถเก๋งทำหน้าที่เป็นสเกาท์นำทางให้รถกระบะ และใช้เส้นทางไป อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังตามเส้นทาง และขับติดตามไปเรื่อยๆ โดยผ่าน อ.พรรณานิคม อ.พังโคน อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร จนไปถึง อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่รถเก๋งจะแยกไปอีกทาง เจ้าหน้าที่จึงแบ่งออกเป็น 2 ชุด เข้าสกัดจับกุมตัวนายนนท์ได้โดยละม่อม

ส่วนรถกระบะไหวตัวทัน คนขับซึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายเท อายุประมาณ 30 ปี ได้โยนกระสอบต้องสงสัยตามรายทางจำนวน 3 กระสอบ ก่อนที่จะขับหลบหนีแต่ไปติดหล่ม เนื่องจากมีฝนตกตลอดเวลา นายเท จึงถอดรองเท้าแตะทิ้งแล้ววิ่งเท้าเปล่าหลบหนีไปกับความมืด โดยภายในรถเจ้าหน้าที่ยังพบกระสอบบรรจุยาบ้าเหลืออยู่อีก 1 กระสอบ นำมาตรวจนับพบว่ามีของกลางจำนวน 500 มัด ประมาณ 1 ล้านเม็ด จากนั้นได้นำตัวนายนนท์พร้อมของกลางกลับมาที่ ตชด.237 เพื่อสืบสวนขยายผล

สอบสวนนายนนท์ ให้การว่าช่วงเดือนธันวาคม 68 ทำหน้าที่ขับรถสเกาท์นำทางจริง แต่ตำรวจค้นรถไม่พบยาเสพติดจึงต้องโทษคดีเสพแล้วขับ หลังพ้นโทษก็หวนเข้าวงจรอุบาทว์ ประเดิมเดือนมิถุนายน 69 ได้ขี่รถจักรยานยนต์จาก อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ เข้ามาในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อทำหน้าที่สเกาท์นำทางรถขนลำเลียงยาเสพติด ครั้งนี้ทำสำเร็จได้เงิน 1 หมื่นบาท

ครั้งที่สองก็คือวันที่ 1 กรกฎาคม 69 เครือข่ายได้ขับรถมาสด้าสีขาวมาให้ที่บ้าน พร้อมกับเงินสด 2 พันบาท สั่งให้ไปรอที่จุดเดิมใน อ.ศรีสงคราม เพื่อทำหน้าที่สเกาท์ตรวจเส้นทางให้รถกระบะ ที่มีนายเท คนอำเภอเดียวกัน แต่อยู่คนละหมู่บ้านขับตามหลัง เมื่อถึงจุดหมาย อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ก็แยกย้ายกัน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับกุมดังกล่าว โดยชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.237 ซุ่มติดตามคดีนี้นานถึง 6 เดือนเต็มจึงประสบผลสำเร็จ

โดยจากการตรวจค้นรถยนต์ของกลางทั้งสองคัน พบหลักฐานสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงไปยังขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่ม ซึ่งเป็นแก๊งใหญ่ที่มีเครือข่ายกระจายในจังหวัดอื่นๆ โดยพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ก็เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่มีการเช่าบ้านไว้เป็นที่พักยา เพื่อรอจังหวะเหมาะลำเลียงต่อไปยังชั้นในของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลทลายขบวนการยานรกนี้ต่อไป.