สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำเปรู ลงนามรับรองคำสั่งขยายระยะเวลาบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ประท้วงรุนแรงในประเทศ ออกไปอีกอย่างน้อย 30 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ครอบคลุมกรุงลิมา และภูมิภาคอีกสองแห่งทางตอนใต้


ทั้งนี้ รัฐบาลของโบลูอาร์เต ซึ่งเป็นฝ่ายขวา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งแรก เมื่อช่วงกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หรือเพียงไม่กี่วัน หลังรับตำแหน่งต่อจาก นายเปโดร กัสติโย ซึ่งสภาคองเกรสลงมติถอดถอน เพื่อให้อัยการดำเนินคดีหลายข้อหา รวมถึงการคอร์รัปชั่น และ “การเป็นกบฏจากการละเมิดรัฐธรรมนูญ”


แม้โบลูอาร์เต ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเปรู พยายามบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ ด้วยการเลื่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไป จากกำหนดการเดิมคือในปี 2567 เป็นเดือน เม.ย. ปีหน้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับยิ่งทวีความรุนแรง เนื่องจากผู้ประท้วงยื่นคำขาดให้โบลูอาร์เตลาออก โดยผู้เสียชีวิตจากการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับมวลชนฝ่ายต่อต้าน อยู่ที่อย่างน้อย 49 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,100 คน


ขณะที่ สำนักงานอัยการสูงสุดของเปรูทำการสอบสวนโบลูอาร์เต และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ฐานเชื่อมโยงกับ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ประชาชนที่เสียชีวิตจากการประท้วงครั้งนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS