สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวถึงท่าทีปัจจุบันของตุรกี ต่อการที่สวีเดนและฟินแลนด์ต้องการเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ว่า จุดยืนและนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลอังการาที่มีต่อเรื่องนี้ “ยังไม่เปลี่ยนแปลง” โดยยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถ “รักษาสัญญา” และ “ดำเนินการตามเงื่อนไข” ที่ตกลงกันไว้ได้หรือไม่


ทั้งนี้ ผู้นำตุรกีเน้นย้ำหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ นั่นคือการที่ทั้งสองประเทศต้องส่งตัว “ผู้ก่อการร้าย” ที่หมายถึงสมาชิกพรรคคนงานเคอร์ดิสถาน ( พีเคเค ) และกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ด รวมกันประมาณ 130 คน ให้แก่รัฐบาลอังการา ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น รัฐสภาของตุรกีจะยังไม่ให้สัตยาบันต่อกฎหมาย รับรองสวีเดน และฟินแลนด์ เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของนาโต


ท่าทีดังกล่าวของเออร์โดกันเกิดขึ้น หลังตุรกียกเลิกกำหนดการเยือนกรุงอังการา ของนายอันเดรส นอร์เลน ประธานสภาสวีเดน ซึ่งเปลี่ยนไปเยือนฟินแลนด์แทน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่หลายฝ่ายในสวีเดน และฟินแลนด์ วิเคราะห์ว่า เป็นการตอบสนอง ต่อการที่นายกรัฐมนตรีอูลฟ์ คริสเตอร์สสัน ผู้นำสวีเดน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “สวีเดนได้ดำเนินการในสิ่งที่ควรปฏิบัติตามข้อตกลง” กับรัฐบาลอังการา แต่ในเวลาเดียวกัน ตุรกี “ยังคงยืนกรานต้องการสิ่งที่สวีเดนไม่สามารถปฏิบัติ หรือไม่ต้องการมอบให้”


อนึ่ง นาโต ตุรกี สวีเดน และฟินแลนด์ ลงนามร่วมกัน เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว เป็นการ “เห็นชอบร่วมกันในหลักการ” ปูทางให้ฟินแลนด์และสวีเดนเตรียมเป็นสมาชิกนาโต ภายใต้เงื่อนไขหลายประกาศ โดยที่มีการเปิดเผยคือ การที่สวีเดนและฟินแลนด์ ยุติมาตรการปิดล้อมด้านอาวุธต่อรัฐบาลอังการา เมื่อปี 2562 เพื่อประท้วงการที่ตุรกีเข้าไปปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย


อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาของสวีเดนมีคำพิพากษาเมื่อเดือนที่แล้ว ระงับคำสั่งเนรเทศ นายบูเลนต์ เคเนส ผู้สื่อข่าวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอังการา ซึ่งลี้ภัยอยู่ในสวีเดน หลังเกิดความพยายามรัฐประหารในตุรกี เมื่อปี 2559 โดยฝ่ายความมั่นคงของตุรกีเชื่อว่า เคเนส เป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวครั้งนั้น และการส่งตัวเคเนสกลับมายังตุรกี เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่รัฐบาลอังการา จะใช้อนุมัติสวีเดนเข้าสู่นาโต.

เครดิตภาพ : REUTERS