พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. วันนี้ (18 ม.ค.) ได้เห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. ไปจัดทำร่างปรับหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (แพ็กเกจ) ใหม่ เพื่อให้สามารถนำใบอนุญาตชุดที่เหลือที่ยังประมูลไม่ออก คือ ชุดที่ 1 วงโคจร 50.5 อี และ ชุดที่ 5 วงโคจร 142 อี มาจัดสรรใหม่ให้ได้ เพื่อเป็นการรักษาวงโคจรดาวเทียมของประเทศ ที่ได้รับการจัดสรรมาจาก สหภาพโทรคมนาคม ระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู โดยเฉพาะในใบอนุญาตชุดที่ 1 ที่มีเงื่อนไขว่าเอกชนที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องนำดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในเดือน พ.ย. 67  ซึ่งการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ อาจจะใช้วิธีประมูลโดยการคัดเลือกคุณสมบัติ โดยไม่เคาะราคา (บิวตี้ คอนเทสต์) และการพ่วงวงโคจรที่สามารถให้บริการในไทยได้ ฯลฯ เพื่อเป็นการจูงใจในการประมูล โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 6 เดือน 

“ส่วนตัวมองว่าการที่เอกชนไม่ประมูลวงโคจรดาวเทียมชุดที่ 1 และ 5 น่าจะเป็นเพราะวงโคจรอยู่ห่างจากประเทศไทย หากมีผู้ที่ได้วงโคจรไปต้องไปทำตลาดในต่างประเทศ จึงไม่ได้รับความสนใจ เพราะต้องไปแข่งขันกับผู้ประกอบการ ต่างประเทศ และปัจจุบัน ธุรกิจดาวเทียม ไม่ได้สดใสเหมือนในอดีตช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เพราะแต่ละประเทศมี การยิงดาวเทียมและมีผู้ประกอบการที่ต้องแข่งขันกันสูง ขณะที่ธุรกิจดาวเทียมยังต้องลงทุนในธุรกิจสูงด้วย”

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม บอร์ดยังได้มีมติรับรองผลการประมูลการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ในลักษณะจัดชุด (แพ็คเกจ) ที่ได้จัดประมูลไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ชนะ 2 ราย คือ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็บริษัท ลูกของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ชนะ 2 ใบอนุญาต คือ ชุดที่ 2 วงโคจร 78.5 องศาตะวันออก (อี) ราคา 380,017,850 บาท และชุดที่ 3 วงโคจร 119.5 อี และวงโคจร 120 อี  ราคา 417,408,600 บาท และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในชุดที่ 4 วงโคจร 126 อี  ในราคา 9.076 ล้านบาท รวมเป็นเงินเข้ารัฐทั้งสิ้น 806,502,650  บาท