นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี” ทางเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.50 MHz ว่า กระทรวงดีอีเอสได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องบัญชีม้า หรือรับจ้างเปิดบัญชี เพื่อสกัดแก๊งมิจฉาชีพหลอกโอนเงินออนไลน์ โดยได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารต่างๆ เพื่อปิดบัญชีที่เปิดแทนกัน ซึ่งกำลังปรับแก้กฎหมาย โดยออกเป็น พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. เพื่อเพิ่มอำนาจให้กำบธนาคารในการดำเนินการดังกล่าว เบื้องต้นจะตรวจสอบบัญชีที่มีเงินเข้า-ออกบ่อยๆ จนผิดปกติ โอนเงินไปต่างประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา เป็นต้น โดยจะเรียกเจ้าของบัญชีมาชี้แจงเพื่อลดบัญชี ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

“บัญชีม้า หากตรวจพบจะจับดำเนินคดีทันที โดยจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ ซึ่งตนเคยแจ้งให้กับประชาชนทราบไปแล้ว ว่าใครที่เปิดบัญชีม้าให้รีบไปดำเนินการปิดบัญชี เพราะหากตำรวจตรวจพบว่าบัญชีม้าเกี่ยวโยงกับแก๊งมิจฉาชีพจะจับดำเนินคดีทันที นอกจากนี้ กระทรวงดีดีเอสได้พยายามสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันกลลวงของมิจฉาชีพ โดยได้ประสานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงการร่วมมือกับตำรวจเพื่อกวาดล้างกระบวนการดังกล่าว”

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนการซื้อของในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม แล้วถูกหลอกไม่ได้ของตามที่ซื้อ ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ออกแบบมาให้พูดคุยกัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ขายของออนไลน์ ฉะนั้นหากจะซื้อขายหรือซื้อของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ระมัดระวัง เลือกร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้รัฐบาลกำลังพยายาม คอยกำกับดูแล้ว ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยคือการมีตัวกลางในการฝากเงินเพื่อจ่ายเงินให้กับผู้ซื้อ หากผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าตัวกลาง ก็จะคืนเงินให้กับผู้ซื้อ โดยตอนนี้รัฐบาลกำเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้

ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมโปรโมตให้ประชาชนใช้ดิจิทัลไอดี หรือบัตรประชาชนออนไลน์ภายในเดือน ก.พ. 66 ซึ่งดิจิทัลไอดีจะช่วยอำนวย ความสะดวกในการทำธุรกรรม เช่น ย้ายทะเบียนบ้าน สร้างบ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไปที่อำเภอ เพราะสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านดิจิทัลและออนไลน์ได้ และในอนาคตจะพยายามผลักดันให้ซื้อขายที่ดินผ่านแพลตฟอร์มด้วยดิจิทัลไอดี เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือ และมีความปลอดภัยสูง เพราะการยืนยันการเข้าทำธุรกรรมต่างๆ ต้องสแกนผ่านใบหน้าหรือเฟซไอดีของเจ้าของธุรกรรม

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องสมาร์ทซิตี้ รัฐบาลพยายามทำให้ทุกเมืองเป็นสมาร์ทซิตี้ เพื่อลดความเหลือมล้ำ เพิ่มความน่าอยู่ขึ้นของเมืองต่างๆ ซึ่งได้จัดทำทำบัญชีกลางดิจิทัลที่เกี่ยวสมาร์ทซิตี้ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ง่ายขึ้น มีราคากลางได้ชัดเจน สามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเอสกำลังหารือกับการท่าอากาศยานไทย เพื่อพัฒนาระบบสมาร์ทแอร์พอร์ต เพื่อให้สามารถใช้ดิจิทัลไอดีแสดงก่อนเดินขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องโชว์บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถทำได้ภายใน 2-3 ปี