สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า จากกรณีกระทรวงการต่างประเทศของบูร์กินาฟาโซส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุการยุติข้อตกลงความร่วมมือทางทหารฉบับปี 2561 กับรัฐบาลปารีส และต้องการให้กองทัพฝรั่งเศสถอนทหารทั้งหมดที่ยังประจำการอยู่ในบูร์กินาฟาโซ “ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน”


ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวถึงเรื่องนี้ เมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้อง ร.อ.อิบราฮิม ตราออเร ผู้นำรัฐบาลทหารของบูร์กินาฟาโซ “มีความรอบคอบมากกว่านี้” พร้อมทั้งย้ำว่า ฝรั่งเศสยังคงรอ “ความชัดเจน” จากอีกฝ่าย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสยังปฏิเสธแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการ ว่ามีการลงนามรับรองการได้รับจดหมายฉบับนั้นแล้วหรือไม่


ด้านแหล่งข่าวในรัฐบาลทหารของบูร์กินาฟาโซ กล่าวว่า เรื่องนี้ “ไม่ใช่การยุติความสัมพันธ์” กับฝรั่งเศส แต่คือ “การแสดงความวิตกกังวลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางทหาร” ปัจจุบัน ฝรั่งเศสมีทหารประจำการอยู่ในบูร์กินาฟาโซประมาณ 400 นาย เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของบูร์กินาฟาโซ ในการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธทางศาสนา

ชาวบูร์กินาฟาโซชุมนุมในกรุงวากาดูกู สนับสนุนรัฐบาลทหาร และเรียกร้องการเนรเทศเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส


อนึ่ง มีการวิเคราะห์เช่นกัน เกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้” ที่บูร์กินาฟาโซจะหันไปเพิ่มพูนความร่วมมือทางทหารกับรัสเซีย แบบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาลี


นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส เมื่อปี 2503 บูร์กินาฟาโซเผชิญกับการรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ระดับภูมิภาค และการรัฐประหารครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อเดือน ต.ค. 2565 นับเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS