สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า จากกรณีสภายุโรปมีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เรียกร้องสหภาพยุโรป (อียู) ขึ้นบัญชีดำกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ในฐานะ “องค์กรก่อการร้าย” อีกทั้งเรียกร้องให้อียูคว่ำบาตรโดยตรงต่อ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประธานาธิบดีอีบราฮิม ไรซี และหน่วยงานทุกแห่งซึ่งมีความเชื่อมโยงกับไออาร์จีซี


นายโฮเซป บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวเมื่อวันจันทร์ ว่า การขึ้นบัญชีดำลักษณะนี้ “ไม่ใช่สิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ตามอำเภอใจ” เรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนตามกฎหมาย นั่นคือ ศาลของสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ต้องมีคำสั่งหรือคำพิพากษาประณามไออาร์จีซี หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของอียู ในกรุงบรัสเซลส์ จึงจะสามารถดำเนินการต่อได้


ทั้งนี้ ไออาร์จีซีก่อตั้งภายในเวลาไม่นาน หลังผ่านพ้นการปฏิวัติ เมื่อปี 2522 ปัจจุบันมีกำลังพลประมาณ 125,000 นาย ครอบคลุมทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ขึ้นตรงกับผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ตอนนี้คือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี


ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ว่า ไออาร์จีซีถือเป็น “องค์กรต่อต้านการก่อการร้ายขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” เนื่องจาก “เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านอิสราเอล ซึ่งเป็นองค์กรก่อการร้ายขนาดใหญ่ที่สุด ก่อตั้งโดยสหราชอาณาจักร และสนับสนุนโดยสหรัฐ” ขณะที่ พล.ต.ฮอนเซ็น ซาลามี ผู้บัญชาการไออาร์จีซี เตือนอียูเกี่ยวกับ “ผลที่จะเกิดขึ้นตามมา” หากมีการขึ้นบัญชีดำไออาร์จีซี.

เครดิตภาพ : REUTERS