เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อหารือถึงการจัดสวัสดิการอาหารกลางวันให้กับ สส.ในวันประชุมสภา มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วม
ภายหลังการหารือกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นายโสภณ ให้สัมภาษณ์ว่า ผลการหารือ 1. เรื่องสวัสดิการอาหารของ สส. ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ว่า สมาชิกจะจ่ายเงินค่าอาหารกันเอง ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะอำนวยความสะดวกโดยการจัดอาหารเช่นเดิม แต่ สส.ต้องสแกนจ่ายเงินเอง โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงหลังสงกรานต์เป็นต้นไป
2.เรื่องผู้ช่วย สส. และผู้เชี่ยวชาญ หากจะลด ต้องนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) วันที่ 23 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมเลือก ก.ร. ให้ครบ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และจะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญ และ
3. เรื่องเงินกองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเงินกองทุนเป็นเงินส่วนหนึ่งที่ใช้คำนวณบำเหน็จบำนาญ ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้มีระเบียบอยู่ใน พ.ร.บ. ซึ่งออกระเบียบโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีการแต่งตั้ง กมธ. จะให้ กมธ.ชุดนี้ ไปพิจารณา จะมากน้อยหรือมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร
นายโสภณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีการหารือถึงการปรับปรุง และความสงบเรียบร้อยในสภา เพื่อให้เกิดความสง่างาม หากพบข้อบังคับที่ล้าหลัง และไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็มีการบ้านให้แต่ละพรรคการเมืองไปพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิบัติตนในสภา เช่น เรื่องการแต่งกาย ช่วงนี้ที่มีวิกฤติเรื่องของพลังงาน ตนได้ออกระเบียบเรื่องการแต่งกาย ไม่ต้องผูกไท สวมสูท หรือสามารถสวมชุดผ้าไทยได้ ซึ่งตัวแทนแต่ละพรรคการเมือง ก็รับข้อเสนอไปพิจารณา
ส่วนการทำงานของสภาเพื่อประชาชน เดิมการปรึกษาหารือก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม ซึ่งในอดีตได้มีการเปิดให้มีการหารือ ที่ผ่านมาให้เวลาน้อย ที่ประชุมจึงเสนอเพิ่มเติมว่า นอกจากการหารือด้วยวาจาแล้ว ให้มีการหารือเป็นแบบลายลักษณ์อักษร แต่การหารือด้วยวาจาอาจมีการพิจารณาเพิ่มเวลาตามความเหมาะสม
สภาผู้แทนราษฎรในยุคนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ได้หารือกับรองประธานสภา ทั้ง 2 คน ว่าการเปิดประชุมสภา จะสามารถเปิดก่อนเวลา 09.00 น. ได้หรือไม่ เช่น เปิดในเวลา 08.45 น. และต่อไปจะใช้เวทีคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านให้มากขึ้น เมื่อได้ข้อตกลงจากวิปแล้ว ขอให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเคารพมติวิปให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้สภาเป็นที่เบื่อหน่ายของประชาชน
“จากนี้ ผมจะให้ทำอาหารตามความเป็นจริง ประมาณ 200-300 คน ไม่ใช่ ตัวเลข 500 คน ตามจำนวน สส. มาคูณกับงบประมาณ บางทีเรื่องดีๆ ประชาชนอาจไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ ซึ่งเรายังขาดการสื่อสาร ฉะนั้นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภา ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ ไม่ใช่จัดเต็มงบประมาณ ซึ่งการดำเนินการจะทำให้ลดงบประมาณได้วันละ 500,000 บาท ผมให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสภา”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภา นั้น พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส.ในวันประชุมยังมีเงินเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 มีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภา ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้



