สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า จากเหตุการณ์ประท้วงบริเวณสถานเอกอัครราชทูตตุรกี ในกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประท้วงต้องการแสดงความไม่พอใจในระดับสูงสุด” ต่อท่าทีของรัฐบาลอังการา ที่มีต่อความพยายามของสวีเดน ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) แล้วมีการเผาทำลายพระคัมภีร์ด้วยนั้น


ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลของประเทศใดก็ตามซึ่งอนุญาตให้ประชาชนแสดงพฤติกรรมหมิ่นศาสนาเช่นนั้น ไม่ควรคาดหวังความสนับสนุนจากตุรกีอีกต่อไป ในการเข้าเป็นสมาชิกนาโต

ประชาชนชุมนุมต่อต้านสวีเดน หน้าสถานกงสุลใหญ่สวีเดน ประจำเมืองอิสตันบูล


ทั้งนี้ พล.อ.ฮูลูซี อการ์ รมว.กลาโหมตุรกี ยกเลิกกำหนดการพบหารือกับ นายพาล จอนสัน รมว.กลาโหมสวีเดน ที่กรุงอังการา ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ สืบเนื่องจากเหตุรุนแรงดังกล่าวด้วย ทว่ากระทรวงกลาโหมสวีเดนใช้คำว่า “เป็นการเลื่อนกำหนดการไปยังช่วงเวลาเหมาะสมครั้งต่อไป”


ขณะที่ นายกรัฐมนตรีอูลฟ์ คริสเตอร์สสัน ผู้นำสวีเดน กล่าวว่า สวีเดนมีความเสียใจอย่างสูงสุด ต่อเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำกรุงสตอกโฮล์ม ด้าน นายโทเบียส บิลสตรอม รมว.การต่างประเทศสวีเดน ปฏิเสธให้ความเห็นต่อท่าทีตรงไปตรงมาครั้งล่าสุดของผู้นำตุรกี แต่กล่าวว่า แม้สวีเดนเป็นประเทศที่สนับสนุนเสรีภาพทางความคิด ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลเห็นด้วยกับทุกเรื่อง พร้อมทั้งขอประณามการเผาพระคัมภีร์ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตตุรกี


อนึ่ง สวีเดน และฟินแลนด์ยื่นเอกสารสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตพร้อมกัน เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้าเป็นสมาชิกต้องได้รับความสนับสนุนเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกปัจจุบันทั้ง 30 ประเทศ หนึ่งในนั้นคือ ตุรกี ซึ่งมีความขัดแย้งยืดเยื้อกับสวีเดน และฟินแลนด์ในหลายประเด็น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับชาวเคิร์ด ซึ่งรัฐบาลอังการามองว่า “เป็นกลุ่มก่อการร้าย”.

เครดิตภาพ : REUTERS