วันนี้( 25 ม.ค.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงดีอีเอสเสนอและ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา มีสาระสำคัญ อาทิ ให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ มีอำนาจแลกเ ปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรม ของลูกค้า ผ่านระบบ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคม มีอำนาจแลกเปลี่ยนข้อมูล และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตเ ข้าถึงข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนได้ซึ่งทางสำนักงาน กสทช. จะเป็นหน่วยงานจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางเท่าที่จำเป็น เกี่ยวกับข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งาน ข้อความสั้น เพื่อใช้ในการ สืบสวนสอบสวนและป้องกัน

ส่วนขั้นตอนในการระงับการทำธุรกรรมนั้นกรณีสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอันควรสงสัยเองหรือได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงาน ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรม แล้วแจ้งให้สถาบันการเงินหรือ ผู้ประกอบธุรกิจที่รับโอนระงับการทำธุรกรรมต่อไปทันทีเป็นการชั่วคราว หากตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุสงสัย ให้สามารถดำเนินการทำธุรกรรมต่อไปได้

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจระงับการทำธุรกรรม ไว้ทันทีเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในเวลา 48 ชั่วโมง และให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นภายในเวลา 7 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง ซึ่งการแจ้งข้อมูลหรือ หลักฐาน สามารถแจ้งผ่านทางโทรศัพท์หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ

 สำหรับบทลงโทษหากมีการเปิดบัญชี หรือซิมการ์ดโดยไม่ใช้เพื่อตนเอง แล้วนำไปกระทำผิดกฎหมาย (บัญชีม้า-ซิมผี) ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,0000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่ง พ.ร.ก. ฉบับนี้ ยังต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาก่อนประกาศใช้บังคับต่อไป

“การจัดทำกฎหมายฉบับนี้ เป็นความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นต้น  โดย ร่างพระราชกำหนดดังกล่าว  ให้อำนาจแก่หน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกรรมทางการเงินสามารถระงับหรือหน่วง การทำธุรกรรมทางการเงินในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในกรณีที่พบพฤติกรรมผิดปกติหรือเมื่อมีผู้ร้องเรียนต่อธนาคาร และให้อำนาจธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเปิดเผย เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ออนไลน์ผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ในการป้องกัน ระงับ ยับยั้ง การก่ออาชญากรรมออนไลน์ รวมทั้งยกเว้นข้อจำกัด การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายพีดีพีเอ  เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชน ซิมผี บัญชีม้า และลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ได้อย่างแน่นอน” นายชัยวุฒิ กล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า หลังจากได้เข้าชี้แจง ร่าง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฯ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ร่าง พ.ร.ก. ฉบับนี้ ยังต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาก่อนประกาศใช้บังคับต่อไป