น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)ในระหว่างวันที่ 25-28 มกราคม 2566 เพื่อหารือความร่วมมือด้านการเกษตร ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ(MOU) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ในฐานะประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายจะหารือเพื่อแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคระหว่างกันในการอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตรทั้งทางบก และทางอากาศ การพัฒนาความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืชไทย-ลาว เพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืชในสินค้าเกษตร การร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-ลาว(Working Group) ด้านวิชาการเกษตรและกักกันพืชให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และกำหนดประเด็นสำคัญสำหรับประสานการทำงาน รวมถึงหารือในเรื่องการนำเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรไปขยายผลในพื้นที่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซ้อน-ห้วยซั้ว ในสปป.ลาว รวมถึงการรายงานผลสำเร็จความร่วมมือด้านสหกรณ์ของสองประเทศซึ่งมีโครงการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบบัญชีสหกรณ์โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กับกรมตรวจบัญชีกลางของสปป.ลาวและการศึกษาดูงานระหว่างกัน
“ลาวกับไทยถือเป็นคู่ธุรกิจที่ร่วมกันค้าต่อยอดขยายผลไปค้ากับทางจีน ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนของไทย-ลาว รวมสินค้าทุกประเภทในปี2565(ม.ค.-พ.ย. ) อยู่ที่ 5.48 แสนล้านบาท ในปี 2566 คาดว่า ตัวเลขการส่งออกด่านชายแดนไทย – ลาว ในทุกประเภทสินค้าจะเพิ่มเป็น 6 แสนล้านบาท โดยยอดการส่งออกสินค้าเกษตรคาดว่าจะขยายเป็น 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งปี65 มีสินค้าสินค้าเกษตรที่มีใบรับรองสุขอนามัยพืชจากไทยผ่านสปป.ลาวไปจีน 8.06 แสนตัน มูลค่า 5.66 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการยกประเด็นหารือด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าชายแดนไทย-ลาว การร่วมกันพัฒนายกระดับมาตรการสุขอนามัยพืชของด่านชายแดน การประชุมร่วมกันของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืช การแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎระเบียบในการควบคุมการส่งออก-นำเข้าระหว่างสองประเทศจึงสำคัญ รวมถึงการหารือเพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านสปป.ลาวไปยังประเทศจีนโดยเส้นทางรถไฟและรถบรรทุก เนื่องจากไทย-จีน มีข้อตกลงการส่งออกผลไม้ผ่านประเทศที่สามต้องปิดซีลตู้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและปลอมปนสินค้าระหว่างขนส่งตลอดเส้นทางจนถึงประเทศจีน กรณีนี้จะขอความร่วมมือกับทางสปป.ลาวว่าในระหว่างขนส่งผ่านสปป.ลาว นั้นไม่ให้มีการเปิดตู้หรือBreak seal ตู้คอนเทนเนอร์ ยกเว้นกรณีมีข้อมูลว่ามีการซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งทางฝ่ายไทยจะนำตัวอย่างซีลและตัวอย่างใบรับรองสุขอนามัยพืชของไทยที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรองรับการใช้งานe-Phyto แสดงต่อทางการสปป.ลาวด้วย นอกจากนั้นภาคเอกชนจะได้รับทราบปัญหาที่ด่านชายแดนลาว เพื่อนำมาบริหารจัดการการส่งสินค้าเกษตรลดปัญหากระจุกตัวที่ด่านไทย-ลาว-จีน ”
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ประเด็นความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืชไทย-ลาว นั้นจะมีการทำรายละเอียดรายชื่อสินค้าพืชควบคุม(regulated article) เพื่อให้การนำเข้าสินค้าพืชดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของทั้งสองประเทศและอำนวยความสะดวกทางการค้า และความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชทั้งสองฝ่ายในการตรวจสอบมันสำปะหลังส่งออกและนำเข้าอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้มีการนำเข้ามันสำปะหลังพันธุ์อ่อนแอไม่ต้านทานโรค โดยมันสำปะหลังเป็นพืชส่งออกสำคัญของลาว และไทยนำเข้าปีละกว่า 7.8 พันล้านบาท จากสินค้าเกษตรที่นำเข้าปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับสปป.ลาว เป็นคู่ค้าอันดับที่ 18 ของไทย มูลค่าการค้ารวมไทย-ลาว ปี2565( ม.ค.-พ.ย.) ประมาณ 5.48 แสนล้านบาท ส่งออก/นำเข้า มากที่สุดที่ด่านมุกดาหาร หนองคาย นครพนม และเชียงคาน ปี 65 ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากสปป.ลาว 1.9 ล้านตัน มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนมากเป็นมันเส้นปริมาณ 1.35 ล้านตัน มูลค่า 7.7 พันล้านบาท มันสำปะหลัง ปริมาณ 2.36 แสนตัน มูลค่า 1.03 พันล้านบาท หัวมันสด ปริมาณ 1.71 แสนตัน มูลค่า 3.3 ร้อยล้านบาท และไทยส่งออกสินค้าเกษตร 1.1 ล้านตัน มูลค่า 3.5 พันล้านบาท ภาพรวมไทยยังได้เปรียบดุลการค้า ทั้งนี้ปี 62-64 มีมูลค่าการค้าปีละ 2.08 แสนล้านบาท โดยไทยส่งออกปีละ 1.16 แสนล้านบาท นำเข้าปีละ 9.2 หมื่นล้านบาท มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 3.3 หมื่นล้านบาทหรือร้อยละ 16 ของมูลค่าการค้ารวมทุกสินค้า



