เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เป็นพุ่มทึบ กิ่งก้าน แตกออกรอบลำต้นเป็นชั้น ๆ ใบเดี่ยว มักออกเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ท้องใบมีสีน้ำตาลอมเขียว ดอกละมุด ลักษณะของดอกละมุดเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกตามง่ามกิ่ง มีกลีบรองดอกเรียงกัน 2 ชั้น กลีบดอกจะเชื่อมกันและยกตั้งขึ้น มี 6 กลีบ สีเหลืองนวล ผลละมุด ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ หรือมีปลายแหลม ผิวมีสีน้ำตาล ผลดิบจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม รสฝาด แข็ง ส่วนผลสุกจะนิ่ม มีรสหวาน ไม่มียาง ข้างในผลมีเมล็ดรูปยาวรีสีดำฝังอยู่ในเนื้อ ใน 1 ผลจะมีเมล็ดประมาณ 2-6 เมล็ด
ละมุด มีอยู่หลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมปลูกในไทย จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หลัก ๆ ได้แก่ ละมุดผลเล็ก เช่น ละมุดมะกอก, ละมุดสีดา, ละมุดปราจีนบุรี ละมุดผลกลาง เช่น ละมุดกระสวยมาเลย์, ละมุดดำเนิน, ละมุดนมแพะ ละมุดผลใหญ่ เช่น ละมุดกำนัน, ละมุด ทช01, ละมุด CM19, ละมุดสาลี่เวียดนาม, ละมุดตาขวัญ, ละมุดไข่ห่าน
ละมุดถือเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงจึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรคและช่วยป้องกันหวัดได้ เมล็ดใช้เป็นยาบำรุงกำลัง การรับประทานละมุดจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน . มีไฟเบอร์ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย มีโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อระบบประสาท เปลือกของลำต้นละมุด นำมาต้มปรุงเป็นยาแก้บิด ยางใช้เป็นยาถ่ายพยาธิชนิดรุนแรง ละมุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก จึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย ใช้รับประทานเป็นผลไม้ ทำไวน์ หรือนำมาทำน้ำละมุด ยางที่มีสีขาวทุกส่วนของลำต้นสามารถนำไปใช้ทำหมากฝรั่งและรองเท้าบูทได้
แม้จะมีประโยชน์หลากหลาย แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคไต ควนหลีกเลี่ยง เนื่องจาก ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ เพราะละมุดมีปริมาณน้ำตาลสูง รสชาติหวานจัด หากรับประทานเข้าไปอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรจำกัดปริมาณการกินละมุด หรือหลีกเลี่ยงไปจนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะคงที่ ขณะที่ โพแทสเซียมในละมุดคือปัญหาสำหรับคนที่เป็นโรคไต โดยเฉพาะในรายที่ต้องฟอกเลือด ซึ่งมักจะมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานละมุด หรือหากอยากกินจริง ๆ แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ประจำตัวว่ากินได้หรือไม่.



