วันนี้ (25 พ.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขยายมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สู่ระบบฟู้ดเดลิเวอรี เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง
เช็กสิทธิ-เงื่อนไข ร้านอาหารฟู้ดเดลิเวอรี ไทยช่วยไทย พลัส 60/40
- ประชาชนจะสามารถเริ่ม ใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน–30 กันยายน 2569 เวลา 06.00–21.00 น.
- ร้านค้าเข้าร่วมโครงการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม สามารถเข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
- ร้านค้าจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยต้องดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด จากนั้นกดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอป เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ก่อนเลือกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการเข้าร่วม
- เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าว ร้านค้าจะสามารถรับคำสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากประชาชนผ่านระบบเดลิเวอรีได้ โดยแพลตฟอร์มจะจัดไรเดอร์เข้ารับสินค้าและจัดส่งถึงผู้บริโภคตามปกติ ขณะที่ร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติการรับเงินได้ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลคาดว่าการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ร้านอาหารรายย่อย เพิ่มยอดขายและรายได้ให้ผู้ประกอบการ รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและบริการในราคาประหยัดได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง”



