เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายคริษฐ์ ปานเนียม อดีต สส.ตาก เขต 1 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองกระทุ่มหมู่ 6 ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่มในพื้นที่ ต.โป่งแดง มีบุคคลนำรถแบ๊กโฮเข้าไปปรับไถพื้นที่ ตัดไม้ทำลายป่า โคนต้นสักไม้แดงไม้เต็งไม้ลังไปมากกว่า 200 ต้น และทำลายป้ายโครงการของทางราชการ เพื่อปลูกมันสำปะหลัง ทำไร่ข้าวโพด มานานราวๆ 1 ปีแล้ว

ทำให้พื้นที่ป่าชุมชมชนที่เคยอุดมสมบูรณ์ ทรุดโทรมลงอย่างน่าเสียดาย ชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ในการดำรงชีวิตและเก็บของป่า ได้ถูกทำลายหายไปประมาณร้อยละ 30-40 เมื่อชาวบ้าน ไปแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรปำไม้ที่ 4 (ตาก) กลับได้รับคำตอบว่า ป่าชุมชนดังกล่าวได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับโฉนดที่ดินและไม่ได้อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจชัดเจน ว่าป่าชุมชนออกทับโฉนดที่ดินได้อย่างไร ทำให้ชาวบ้านไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“ผมเคยเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านหนองกระทุ่ม ไปอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรให้ประธานสภาได้รับทราบ แต่ก็ยังไม่มีดำเนินการความคืบหน้าใดๆ และมีผู้ไม่หวังดีข่มขู่เอาชีวิตไม่ให้ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบุกรุกที่ป่าชุมชน นี่ขนาดผมเป็นผู้แทนราษฎรยังถูกสารข่มขู่ประทุษร้าย ถ้าเป็นชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร ขอให้ผู้มีอำนาจเอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตั้งแต่คนออกโฉนด รางวัดที่ดิน ตัดไม้ทำลายป่า นำเครื่องจักรกรเข้าไปบุกรุกถางป่า และคนทำลายป้ายโครงการเป็นของทางราชการได้รับความเสียหาย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ปลดออก ไล่ออก ถ้าไม่ดำเนินการให้ ผมและชาวบ้านจะร้องเรียนให้ถึงที่สุด ขอให้ท่านผู้มีอำนาจใช้กฎหมายด้วยความศักดิ์สิทธิ์”

default

ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตากพร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดินจังหวัดตาก และป่าไม้จังหวัดตากได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประชุมหารือเกี่ยวกับนำป่าชุมชนไปออกเอกสารสิทธิ์ โดยการออกเอกสารสิทธิ์ทับป่าชุมชนเป็นเรื่องของการกระทำผิกฎหมาย ต้องมีคนรับผิดชอบ กลุ่มผู้ร้องต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นป่าชุมชนเหมือนเดิม เพื่อให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว ว่าออกโดยถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องขอให้มีการเพิกถอน เรื่องนี้ได้รวบรวมข้อมูลส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภาแล้ว ต้องรอดูว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป.