สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า สถานะดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองโอเดสซา ซึ่งถูกคุกคามนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหาร เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 และทำให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินและทางเทคนิคระหว่างประเทศได้
นางออเดรย์ อาซูเลย์ ผู้อำนวยการยูเนสโก กล่าวในแถลงการณ์ว่า เมืองโอเดสซา ซึ่งเป็นเมืองเสรี, เมืองของโลก และท่าเรือในตำนาน สร้างชื่อในด้านภาพยนตร์, วรรณกรรม และศิลปะ ซึ่งในขณะที่สงครามยังคงดำเนินอยู่ การจารึกนี้จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกัน ในการปกป้องเมืองแห่งนี้จากการทำลายล้างที่เพิ่มขึ้น
???? BREAKING!
— UNESCO ????️ #Education #Sciences #Culture ???????? (@UNESCO) January 25, 2023
Just inscribed on the @UNESCO #WorldHeritage List & World Heritage in Danger List: Historic Center of the Port City of Odesa – #Ukraine???????? pic.twitter.com/2e9NUbed0E
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าว จะช่วยชาวยูเครนปกป้องเมืองโอเดสซา พร้อมเสริมว่า รัสเซียไม่สามารถปกป้องอะไรได้ นอกจากความหวาดกลัวและการโจมตี
อย่างไรก็ดี กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียออกแถลงว่า แม้จะไม่มีปัญหาใด ๆ กับการตัดสินใจเพื่อเฉลิมฉลองและคุ้มครองมรดกของเมืองโอเดสซา แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องมีการชี้แจงว่า ภัยคุกคามเพียงหนึ่งเดียวต่อเมืองโอเดสซา มาจากระบอบชาตินิยมของยูเครน ซึ่งทำลายอนุสรณ์สถานของผู้ก่อตั้ง และผู้ปกป้องเมืองโอเดสซาอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ การอภิปรายของยูเนสโกเกี่ยวกับเมืองโอเดสซา ในเวลานานหลายชั่วโมง หลังจากรัสเซียพยายามเลื่อนการลงมติ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ
ถึงแม้เมืองโอเดสซาจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของยูเครน แต่สงครามที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เมื่อทะเลดำกลายเป็นสมรภูมิรบ และทุ่นระเบิดในทะเลยังคงถูกซัดเข้าชายฝั่งของเมืองอยู่เรื่อยมา.
เครดิตภาพ : REUTERS



