ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามไล่ยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เหตุเกิดในพื้นที่ อ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลจนพบเครือข่ายผู้ร่วมก่อเหตุ และการทำลายหลักฐานสำคัญ

จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู สีขาว เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ก่อนนำไปอำพรางโดยการชำแหละเป็นชิ้นส่วนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเจ้าของอู่รถยนต์รายหนึ่ง ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ดำเนินการแยกชิ้นส่วนรถคันดังกล่าวจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ โดยระบุว่าได้รับการติดต่อจากชาย 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน ให้นำรถไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ก่อนสั่งให้ชำแหละรถภายในอู่ที่ตั้งอยู่ในสวนปาล์ม

เจ้าของอู่ ยังให้การว่า ได้เริ่มดำเนินการชำแหละรถภายใน 1-2 วันหลังเกิดเหตุ พร้อมทั้งได้รับคำสั่งให้ลบหมายเลขตัวถัง (แชสซี) และแยกโครงสร้างรถออกเป็นชิ้นส่วน ก่อนนำบางส่วนไปจำหน่าย ขณะที่บางส่วนยังคงเหลือและถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้เป็นของกลาง

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนรถยนต์จำนวนมาก อาทิ โครงตัวถัง ฝากระโปรง กันชน ล้อรถ พวงมาลัย และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการแยกชิ้นส่วน เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า ศาลได้อนุมัติหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว จำนวน 4 ราย ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา ประกอบด้วยผู้ต้องหาที่มีบทบาททั้งในส่วนมือปืนและผู้สนับสนุน ได้แก่ นายอลาวี อาแว นายธนภัทร วัฒนภิญโญ นายสมพร ลังเดช (อดีตนาวิกโยธิน) และนายยศกร ลังเดช

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย ยังหลบหนีอีก 1 และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล รวมถึงเร่งติดตามตัวผู้ที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ได้แก่ คนขับรถและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ซึ่งยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคดีนี้มีการวางแผนเป็นขบวนการ และอยู่ระหว่างเร่งคลี่คลายทุกมิติของคดีอย่างต่อเนื่อง.