กลายเป็นประเด็นไวรัลที่ชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ต่างพากันตั้งข้อสงสัยและถกเถียงกันอย่างร้อนฉ่า สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาวขาแดนซ์ระดับตัวแม่ “กระแต (KT Kratae)” ที่ล่าสุดควงคู่หมั้นหนุ่มคนสนิทที่อยู่กินกันมานานกว่า 15 ปีอย่าง “โตชิ” มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow ชี้แจง หลังถูกตั้งคำถามว่าสรุปแล้วเธอนับถือศาสนาอะไรกันแน่ แถมยังทุ่มเงินสูงลิบถึง 1,000,000 บาท เพื่อซื้อหินเอเมทิสต์เกรดพิพิธภัณฑ์จากอุรุกวัยมาตั้งบูชาที่บ้านจนคนมองว่าเกินงามไปหรือเปล่า

งานนี้สาวกระแตขออธิบายพร้อมเจ้าตัวเคลียร์ชัดเจน โดยเผยว่า “หลายคนตกใจมากที่ควักเงิน 1,000,000 ซื้อหินเอเมทิสต์มาบูชา แต่อยากบอกว่ามันเป็นไวรัลมากเลย มันเป็นหินเอเมทิสต์ จากอุรุกวัย เป็นงานเกรดมิวเซียมควอลิตี้ เป็นลักษณะเฉพาะตัว เหมือนเราโดนดูดเข้าไปเลย บวกกับว่าบ้านเราตกแต่งด้วยหินอยู่แล้ว และถ้าคนรักหินจะรู้เลยว่ามันมีคุณค่าแค่ไหน ซึ่งรูปร่างเขาเหมือนเป็นองค์ เกิดจากธรรมชาติ เหมือนพระแม่ ซึ่งมันแล้วแต่ความรู้สึกของบุคคล และอยากอธิบายนิดหนึ่งว่าเรื่องของพลังงาน มันไม่ใช่เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ มันคือธรรมชาติจริงๆ มันเหมือนการเชื่อมต่อจิตใจเราเข้ากับธรรมชาติ แล้วพอเราศึกษาเรื่องนี้จริงจัง หินเค้าก็มีพลังของเขา พูดง่ายๆ เหมือนถ่านหินลิกไนต์ ก็ยังเอาไปทำพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถ้าเขาไม่มีพลังงานเค้าจะไม่นำไปถูกใช้แน่นอน และความสวยของหินก้อนนี้มันคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา และมันเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจ เวลาเรากลับบ้าน มันทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เหมือนเราได้กลับไปอยู่กับตัวเอง และมันมีชิ้นเดียวในโลก

จุดเริ่มต้นของการได้มาของหินนี้คือมันมาจากความเหนื่อยแหละ  ทุกคนเวลาเหนื่อย ก็ต้องหาสิ่งที่มาเยียวยาหัวใจ มันเหมือนเป็นการที่เราได้ศึกษาธรรมชาติ หินก็มาจากดิน เราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการแสง จากธรรมชาติ หรือกลิ่นจากธรรมชาติ หรืออยากให้มองว่ามันเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งดีกว่า หรือบางทีเราเหนื่อยๆ แค่เราไปกอดต้นไม้ มันก็หายเหนื่อย เราสองคนชอบเข้าป่า ที่เค้าเรียกกันว่า อาบป่า คือยังไม่ต้องเชื่อแต อย่างบางคนมองว่าการที่ไปกอดต้นไม้เป็นบ้าหรือเปล่า และวิธีนี้จากงานวิจัย มันจะทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับเรา ยังจำได้เลยว่าที่ทำครั้งแรก แตน้ำตาไหลเลย มันทำให้รู้สึกว่าธรรมชาติไม่ได้ตัดสินเรา และการกอดต้นไม้ มันเหมือนว่าเค้าได้ปล่อยสารเข้ามาสู่ตัวเราเพื่อลดความเครียด แค่เราได้เห็นแสงสีเขียว ได้กลิ่นของป่า ความเครียดมันหายเลย มันทำให้สงบขึ้น

ถามว่าตอนนี้เรานับถือศาสนาอะไร ศรัทธาแล้วก็เคารพในทุกเส้นทางที่ทำให้เราเป็นคนดี แก่นทุกศาสนา เค้าสอนให้เราเป็นคนดี ช่วยเหลือทุกคน ไม่ตัดสินใคร หนูนับถือศาสนาพุทธด้วย นำมาใช้ในชีวิตของเรา เรายึดถือคำสอน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน รวมไปถึงศาสตร์ของฮินดู เราก็เคารพเช่นกัน ในศาสตร์ธรรมชาติ เราชอบ เรายึดถือว่าอันไหนที่เราเดินทางแล้วเห็นแสง และไม่ทำให้เดือดร้อนใคร แล้วมันทำให้ดีต่อใจเราก็ทำ ก็เลยไม่อยากบอกว่าเรานับถือศาสนาใด ศาสนานึง ไม่จำเป็นต้องเลือกหนึ่งอย่าง เราเกิดมา เราสบายใจกับอะไร เราก็จะทำสิ่งนั้น อย่างโตชิเขาก็ถามตลอด (โตชิ : คือผมเป็นคนขี้สงสัย อย่าวไหว้พระ แล้วก็ถามว่าบทสวดนี้ช่วยอะไร มันช่วยได้จริงหรอ คือเราสงสัยนะ แต่เราก็ทำตาม)

ส่วนเรื่องแต่งงานหน่อย ตอนนี้ก็กำลังจะหาที่เก็บไข่ (โตชิ  : ตอนแรกที่ตั้งใจไว้ก็ปีนี้แหละ แต่เหมือนว่าตอนนี้มันยุ่งมาก ก็อาจจะแต่งปีหน้า) ต้องบอกก่อนว่าคู่ของหนูอยู่ด้วยกันมา 15 ปีแล้ว ไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องแต่งอะไรขนาดนั้น และเราก็หมั้นกันไปแล้ว และก็มีผู้ใหญ่มาร่วมพิธีกันเหมือนมันจะจบครบงานแต่งไปแล้ว พิธีมันเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว แค่มันยังไม่ได้เฉลิมฉลองเท่านั้นเอง คือถ้าหนูจะแต่งก็คือสวัสดีทุกคน อ้าว…เต้น ไม่ได้ซีเรียส ก็คิดว่าเอาเมื่อพร้อม ปีหน้าละกัน (โตชิ : คือเราก็อยากมีลูกแล้ว แต่เขาก็ยังมีความฝันที่เขายังอยากทำอยู่ แต่ไม่น่าเกินสองปีในแพลนการมีลูก) เพราะจริงๆเราก็อยากได้แฝดชายหญิง“