สำนักข่าวต่างประเทศเผยผลงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับโลก “Nature Medicine” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระบุว่า คนหนุ่มสาวในปัจจุบันมี “อายุทางชีวภาพ” ที่แก่กว่าคนรุ่นก่อน เมื่อเปรียบเทียบในช่วงอายุที่เท่ากัน
การค้นพบครั้งนี้อาจช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดจึงตรวจพบโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร ในอัตราที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในกลุ่มประชากรคนรุ่นใหม่
แนวโน้มที่น่ากังวลนี้เกิดจากหลายปัจจัย แต่การแยกแยะตัวแปรจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหาแนวทางบรรเทาปัญหานี้ได้ โดย ดร. เฉาอิน นักระบาดวิทยาโมเลกุลจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “หากเราสามารถระบุกลุ่มคนอายุน้อยที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงที่สุดได้ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังแข็งแรงดี เราจะสามารถเน้นไปที่กลยุทธ์การป้องกันและตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบุคคลนั้นๆ”
โดยปกติแล้ว ความเสี่ยงโรคมะเร็งจะแปรผันตามอายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมะเร็งเกิดจากความเสียหายทางพันธุกรรมสะสมในเซลล์จนถึงระดับวิกฤต ร่างกายของเราจะสะสมความเสียหายของดีเอ็นเอจากอาหารที่กิน อากาศที่หายใจ แสงแดดที่กระทบผิว รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่นๆ ซึ่งดีเอ็นเอที่เสียหายนี้อาจส่งต่อคำสั่งที่ผิดพลาด ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิดเพี้ยนไปจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ข้อมูลของผู้ป่วยกลับเผยว่า มีคนรุ่นหนุ่มสาวป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ตัวอย่างเช่น ผลการศึกษาในปี 2568 พบว่าคนเจเนอเรชันวาย เป็นประชากรรุ่นแรกที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิดสูงกว่ารุ่นพ่อแม่ของพวกเขา
ดร.เฉา และทีมวิจัยได้หันมามุ่งเน้นศึกษา “อายุทางชีวภาพ” หรือความแก่ชราของร่างกายจริงที่วัดจากสารบ่งชี้ในเลือดแทนอายุตามปีปฏิทิน โดยศึกษาข้อมูลจากประชากรสามรุ่นจำนวนรวมกว่า 160,000 คนในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ผ่านเกณฑ์วัดที่เรียกว่า “PhenoAge” ซึ่งเป็นการคำนวณจากอายุจริงและสารบ่งชี้ในเลือด 9 ชนิด เพื่อหา “คะแนนช่องว่างระหว่างอายุ”
ผลลัพธ์แสดงความแตกต่างระหว่างรุ่นอย่างชัดเจน โดยคนรุ่นใหม่ในสหราชอาณาจักร (เกิดปีค.ศ. 1965–1974) มีอายุทางชีวภาพแก่กว่าคนรุ่นก่อนหน้านั้นถึงร้อยละ 23 และในสหรัฐ (เกิดปีค.ศ. 1990–1999) ช่องว่างนี้พุ่งสูงถึงร้อยละ 92 บ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่ “แก่เร็ว” กว่าคนรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงมะเร็ง พบว่าผู้ที่มีอายุทางชีวภาพล้ำหน้าอายุจริง มีโอกาสเป็นมะเร็งก่อนอายุ 55 ปีสูงกว่า โดยเฉพาะมะเร็งปอด (ความเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 57) มะเร็งระบบย่อยอาหาร และมะเร็งมดลูก และแม้นำปัจจัยเรื่องการสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรือพันธุกรรมเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องระหว่างโรคมะเร็งและอายุทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังพบว่าการแก่ตัวของระบบภูมิคุ้มกันสัมพันธ์กับมะเร็งปอด ขณะที่การแก่ตัวของเนื้อเยื่อไขมันสัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ใหญ่
เป้าหมายของทีมวิจัยคือการถอดรหัสว่าสิ่งแวดล้อมปัจจุบันส่งผลต่อร่างกายจนขับเคลื่อนให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งอย่างไร เพื่อเปลี่ยนจากการคำแนะนำทั่วไปมาเป็นการป้องกันโรคร้ายเฉพาะบุคคล
ด้าน เดวิด สก็อตต์ ผู้อำนวยการโครงการวิจัยระดับโลก “Cancer Grand Challenges” เสริมว่า แม้จะยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่าอะไรทำให้มะเร็งในคนอายุน้อยพุ่งสูงทั่วโลก แต่งานวิจัยนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมว่า มะเร็งอาจได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ไม่ใช่แค่ภายในเซลล์ใดเซลล์หนึ่งเท่านั้น
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : sciencealert.com
เครดิตภาพ : LaCasadeGoethe from Pixabay



