การจับกุมลูกเรือของสายการบินมาลินโด แอร์ ในออสเตรเลีย เมื่อเดือน ม.ค. 2562 ถือเป็นหนึ่งในคดีลักลอบขนยาเสพติดทางอากาศที่ได้รับความสนใจอย่างมากไปทั่วโลก เนื่องจากผู้ต้องหาบางส่วนเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ใช้สถานะทางอาชีพของตนลำเลียงยาเสพติดจากมาเลเซียเข้าสู่ออสเตรเลียให้กับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย กับ กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย สำนักงานตำรวจรัฐวิกตอเรีย และสำนักงานข่าวกรองอาชญากรรมออสเตรเลีย ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “Operation Sunrise” หรือ “ปฏิบัติการรุ่งอรุณ” ซึ่งใช้เวลาสืบสวนนานราว 5 เดือน ก่อนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารวม 8 คน ในเมืองเมลเบิร์น ระหว่างวันที่ 7-14 ม.ค. 2562
ตำรวจออสเตรเลียเชื่อมั่นว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมชาวเวียดนามที่มีฐานปฏิบัติการในเมืองเมลเบิร์น โดยอาศัยลูกเรือสายการบินเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลียผ่านเที่ยวบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมืองเมลเบิร์นและนครซิดนีย์ วิธีการที่ใช้คือซุกซ่อนยาเสพติดไว้ตามร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่สนามบิน
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดเฮโรอีนประมาณ 6 กิโลกรัม เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์ 8 กิโลกรัม และโคเคนอีกประมาณ 500 กรัม รวมมูลค่าตามท้องตลาดในออสเตรเลียราว 21 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 479.88 ล้านบาท) นอกจากนี้ ยังยึดเงินสดกว่า 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2.28 ล้านบาท) รถยนต์หรูหลายคัน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดอีกจำนวนมาก
สำหรับผู้ต้องหาซึ่งทุกฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุด คือน.ส.ซาลี ไซนัล พนักงานต้อนรับหญิงวัย 38 ปีของมาลินโด แอร์ ซึ่งถูกจับกุมทันทีหลังเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์น เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562 พร้อมของกลางเป็น “เฮโรอีนบริสุทธิ์เกรดพรีเมียม” น้ำหนักรวมมากกว่า 1 กิโลกรัม
ระหว่างการพิจารณาคดีในปี 2563 ศาลได้รับฟังว่า ลูกเรือหญิงคนนี้มีปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เนื่องจากต้องหาเงินรักษาบุตรสาวที่ป่วย จึงตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งเสนอค่าจ้างจำนวนมาก เพื่อแลกกับการขนยาเสพติดเข้าสู่ออสเตรเลีย
ต่อมา ซาลีให้การรับสารภาพ ว่าทำมาแล้ว 8 ครั้ง แต่ละครั้งเป็นการลักลอบขนเฮโรอีนครั้งละ 1 กิโลกรัม และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอดการสอบสวน ในที่สุด ศาลพิพากษาให้เธอรับโทษจำคุกเป็นเวลา 9 ปี พร้อมกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ต้องรับโทษก่อนมีสิทธิยื่นขอทัณฑ์บน
ด้านสายการบินมาลินโด แอร์ ซึ่งปัจจุบันในชื่อ “บาติก แอร์ มาเลเซีย” ออกแถลงการณ์หลังเกิดเหตุว่า สั่งพักงานลูกเรือหญิงคนดังกล่าวทันที พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียและมาเลเซีย
อย่างไรก็ตาม สายการบินระบุในเวลานั้นว่า ผลการตรวจสอบภายในบ่งชี้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของลูกเรือ และไม่มีหลักฐานชี้ชัด ว่ามีพนักงานคนอื่นของสายการบินเกี่ยวข้อง
ตำรวจออสเตรเลียกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่ดำเนินการมานานกว่า 5 ปี โดยผู้ต้องหารายหนึ่งยอมรับระหว่างการสอบสวนว่า เคยเดินทางเข้าออสเตรเลียในลักษณะเดียวกันมาแล้วประมาณ 20 ครั้ง ทำให้เชื่อว่าปริมาณยาเสพติดที่มีการลักลอบนำเข้ามาจริง อาจสูงกว่าที่มีการตรวจยึดได้มาก
คดีนี้จึงกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติพยายามแทรกซึมบุคลากรในอุตสาหกรรมการบิน เพื่อใช้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือของลูกเรือในการลำเลียงยาเสพติดข้ามพรมแดน และเป็นเหตุผลที่ทำให้ออสเตรเลียเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบลูกเรือสายการบินระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



