สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเปรูออกแถลงการณ์ ว่านางเคโกะ ฟูจิโมริ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในการเลือกตั้งรอบสองเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา


ฟูจิโมริชนะด้วยคะแนนเสียง 50.135% โดยเฉือนชนะนายโรเบอร์โต ซานเชซ สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพันธมิตรพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ที่ได้คะแนนเสียงสนับสนุนไป 49.865% คิดเป็นส่วนต่างกันเพียง 49,641 คะแนนคะแนน จากคะแนนเสียงทั้งหมด 18 ล้านเสียง

ชัยชนะครั้งนี้เป็นการลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 4 ของฟูจิโมริ โดยในการลงสมัครครั้งก่อนหน้าในปี 2564 เธอพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิวให้กับนายเปโดร กัสตีโย ตัวแทนผู้สมัครจากพรรคฝ่ายซ้ายไปประมาณ 45,000 คะแนน หลังจากนั้นสภาคองเกรสเปรูลงมติถอดถอนกัสตีโย


ทั้งนี้ ฟูจิโมริ วัย 51 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ ผู้ล่วงลับ จะรับตำแหน่งประะธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 ก.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นคนที่ 10 ของเปรู นับตั้งแต่ปี 2559


อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูสีและยืดเยื้อครั้งนี้สะท้อนถึงความแตกแยกทางการเมืองอย่างลึกซึ้งและความไม่มั่นคงทางการเมืองของเปรู ซึ่งในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศมีการเปลี่ยนตัวผู้นำหลายครั้ง


ซานเชซ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นทายาททางการเมืองของกัสตีโย และได้รับแรงสนับสนุนจากพื้นที่ต่างจังหวัด ประกาศว่า จะไม่ยอมรับรัฐบาลของฟูจิโมริ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนในกรุงลิมา และชาวเปรูในต่างประเทศ โดยกล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุน และยื่นคำร้องต้อหน่วยงานหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ เพื่อท้าทายความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS