สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่า สภาคองเกรสของเปรูมีมติเมื่อช่วงรุ่งสางของวันเสาร์ ปฏิเสธคำร้องของประธานาธิบดี ดีนา โบลูอาร์เต ในการเลื่อนกำหนดการจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด จากเดิมคือเดือน เม.ย. 2567 เป็นเดือน ธ.ค. ที่จะถึงนี้
Hundreds of anti-government protesters took to the streets of Peru's capital Lima, facing police in riot gear and tear gas during the worst wave of protests in at least two decades in the country pic.twitter.com/qnhFN5czHx
— Reuters (@Reuters) January 27, 2023
อนึ่ง กำหนดการจัดการเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนดของเปรู ต้องเกิดขึ้นในปี 2569 หากนายเปโดร กัสติโย อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีครบวาระ อย่างไรก็ตาม สภาคองเกรสในกรุงลิมา มีมติเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ถอดถอนกัสติโยออกจากตำแหน่ง เพื่อให้อัยการฟ้องร้องดำเนินคดีในหลายข้อหาที่รวมถึง “การเป็นกบฏและการคอร์รัปชั่น” โดยตอนนี้อดีตผู้นำเปรูอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ตามคำสั่งศาลที่กำหนดกรอบระยะเวลาล่วงหน้านานถึง 18 เดือน เพื่อรอเริ่มกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการ แล้วเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งมาเป็นเดือน เม.ย. ปีหน้า
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จุดชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหม่ในเปรู และมีความรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 60 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,000 คน ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของเปรู ประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการประท้วงครั้งนี้ สูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,770 ล้านบาท) เนื่องจากผู้ชุมนุมปิดล้อมถนนหลายสายทั้งในกรุงลิมา และตามเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการขนส่งสินค้า

ขณะที่โบลูอาร์เตยังคงยืนกรานว่า เธอจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ไปจนกว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเกิดขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ และเรียกร้อง “การสงบศึก” กับมวลชนฝ่ายต่อต้าน อย่างไรก็ตาม หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของผู้ประท้วง คือการที่ผู้นำหญิงต้องลาออก ส่วนสำนักงานอัยการสูงสุดของเปรู ทำการสอบสวนโบลูอาร์เต และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนในรัฐบาล “ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง” กับการเสียชีวิตของผู้ประท้วง.
เครดิตภาพ : REUTERS





