สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า รัฐบาลวอชิงตันต้องการติดตั้งเครือข่ายโทรศัพท์มือถือตะวันตกในอนุทวีปมากขึ้น เพื่อตอบโต้บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ของจีน, ต้อนรับผู้เชี่ยวชาญด้านชิพคอมพิวเตอร์ของอินเดียมายังสหรัฐเพิ่มขึ้น และสนับสนุนบริษัทต่าง ๆ จากทั้งสองประเทศ ให้ร่วมมือกันในด้านยุทโธปกรณ์ เช่น ระบบปืนใหญ่
อนึ่ง ทำเนียบขาวเผชิญกับการต่อสู้ที่ยากลำบากในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็น ข้อจำกัดของสหรัฐในการถ่ายโอนเทคโนโลยีทางทหาร และวีซ่าสำหรับแรงงานอพยพ รวมถึงการที่อินเดียต้องพึ่งพาอุปกรณ์ทางทหารของรัฐบาลมอสโกมาอย่างยาวนาน
Transforming vision into action! NSAs Ajit Doval & Jake Sullivan formally launched U.S.-India Initiative on Critical and Emerging Technologies(iCET).
— India in USA (@IndianEmbassyUS) January 31, 2023
Announced by @narendramodi & @POTUS,iCET reflects???????????????? conv.of strategic,commercial & scientific approaches in field of technology pic.twitter.com/XvXHCdCGqk
นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของไบเดน และนายอาจิต โทวาล ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอินเดีย กำลังประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งสองประเทศที่ทำเนียบขาว เพื่อเปิดตัวโครงการริเริ่มเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำคัญและเทคโนโลยีเกิดใหม่ ตลอดจนความพยายามร่วมกันในด้านอวกาศ และการประมวลผลควอนตัมประสิทธิภาพสูง
“ความท้าทายที่ใหญ่กว่าของจีน ได้แก่ แนวทางปฏิบัติทางเศรษฐกิจ, การเคลื่อนไหวทางทหารที่ก้าวร้าว รวมถึงความพยายามที่จะครองอุตสาหกรรมและควบคุมห่วงโซ่อุปทานในอนาคต ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความคิดในรัฐบาลอินเดีย” ซัลลิแวน กล่าว
แม้รัฐบาลนิวเดลีทำให้รัฐบาลวอชิงตันไม่พอใจ ด้วยการเข้าร่วมการซ้อมรบทางทหารกับรัสเซีย และเพิ่มการซื้อน้ำมันดิบของประเทศ แต่กระนั้น รัฐบาลวอชิงตันกลับไม่ได้กล่าวอะไร มีเพียงแค่การกระตุกอินเดียเกี่ยวกับเรื่องรัสเซีย และยอมให้อินเดียแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่อจีนได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



