เรียกได้ว่าเคลียร์ชัดทุกประเด็นสำหรับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง มนต์สิทธิ์ คําสร้อย แถมได้ถือโอกาสมาเคลียร์ใจกับแฟนๆ ผ่านรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบ้าเรื่องหวย มูพญานาค รวมไปถึงประเด็นเลี้ยงเด็กจริงไหม ไหนจะเคยมีข่าวพาเด็กในอุปการะไปเซาน่าอีก

มนต์สิทธิ์ เผยว่า “เรื่องผันตัวมาเป็นนักใบ้หวย ทำไมไม่ถามว่าทำไมถึงผันตัวมาเป็นกะเทยละคะ (หัวเราะ) คือเป็นคนที่ชอบเลขตั้งแต่เด็กแล้ว ตั้งแต่ 7 ขวบ รวมถึงพ่อแม่ของผมด้วย ชอบซื้อเลข ใช้ผมไปซื้อบ่อยๆ ตอนเด็ก เอาเลขนี้ 50 คูณ 50 สตางค์ สมัยก่อนหวยราคาแค่ 50 สตางค์ เรื่องหวยใต้ดินตอนนั้นกับตอนนี้มันคนละอย่าง ตอนนั้นมันมีใต้ดินจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เขาได้ลบล้างไปหมดแล้ว แต่สมัยตอนเด็กๆ มี 50 สตางค์ คูณ 50 สตางค์ สมมุติว่าถูก 152 ถ้า 50 สตางค์ จะได้ประมาณ 500-600 ถือว่าเยอะในสมัยก่อน ปัจจุบันคงเหลือไว้แต่ลอตเตอรี่อย่างเดียว ที่ถูกหวยเยอะๆ ไม่โกหกครับ มันคือความจริง เวลาผมถูกก็ต้องโชว์คนอื่นเขา ซื้อหมดเป็นหมื่นถูกไม่เท่าไรก็ต้องโชว์ เพราะเราชอบเล่นถูกน้อยหรือมากก็ไม่เป็นไร”

“เรื่องคู่นอนพูดแล้วใจหายเรื่องแบบนี้ ไม่มี ปัจจุบันอยู่เฉยๆกับหมูและหมา และก็มีเด็กคนหนึ่งอยู่ที่ห้องน้องปาล์ม เขามีพ่อแม่อยู่ในซอยนั้นแหละ แต่เราให้เขามาเลี้ยงหมาให้ ช่วยเลี้ยงหมาดูแลให้ในช่วงที่เราไม่อยู่ เขาก็เลยได้อยู่เลยตรงนั้น เขาอายุ 16 ปี ย่าง 17 ปีครับ เขาไม่เด็กแล้วครับ เขาโตแล้ว เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กๆ เรื่องติดคุกเพราะเขาไม่ถึง 18 ปี ไม่มีครับ ไม่เคยไปผิดพลาดอะไรทั้งสิ้น แต่เรื่องแอบเลี้ยงต้อยเดี๋ยวเขาก็หาพรากผู้เยาว์ ไปกับเด็ก ไม่ได้เลี้ยงต้อยเด็ก แฟนเพลงทุกคนฟังให้ดีๆ เวลาที่ผมไปงาน บางครั้งผมก็ให้เด็กตามผมไปด้วย เพราะมันง่ายต่อการพูดจา บอกให้ทำอะไรก็ทำ อย่างเช่น เวลาพี่ร้องเพลงเสร็จนะ คอแห้ง ยื่นน้ำให้พี่หน่อยนะ เวลาไปถึงงานคอนเสิร์ตไปบอกเจ้าของงานนะว่ามนต์สิทธิ์มาถึงแล้ว อีกอย่างเด็กคนหนึ่งไปเปิดซาวด์ดนตรีให้เราร้อง แต่พอเอาผู้ใหญ่ไปเคยลองแล้วเหมือนกัน สิ่งแรกที่เขาอยากได้เลยคือเบียร์ นวด กินเหล้าเมายา เราไม่ชอบแบบนั้น จากนั้นมาก็ไม่คบผู้ใหญ่อีกเลย เอาแต่เด็กๆไป อย่างน้อยเราก็ให้เงินเขา ไม่ต้องเดือดร้อนพ่อแม่”

“เรื่องไปเซาน่าแล้วพาเด็กๆไปด้วย อันนั้นคือ เขาไปด้วย เราอยากให้เขาไปออกกำลังกายกับเรา ไปเซาน่า คือมีความสุขดีกว่าไปติดเกม ติดเกมไปเข้าร้านเกมเสียเงินไปโดยใช่เหตุ เราก็แบบไปกับป๋าไป เขาเรียกเราป๋า ป๋ามนต์ ไปเซาน่า เขาก็มีความสุข ก็ดีกว่าเขาไปติดเกมนะ แล้วก็พาไปกินข้าว มีเยอะ มีคนถามเยอะ เด็กๆก็จะตอบไปว่าไม่มีอะไร เพราะเราไม่ได้ทำอะไรเด็กเหล่านั้นจริงๆ ถ้าเราทำอะไรเขา เขาจะยากมาหาเราอีกเหรอ เพียงแต่เราเป็นคนมีแต่ให้เขา”