สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า นอกเหนือจากบัตรเครดิตและแอพพลิเคชั่น ไบเดนยังเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติออกกฎห้ามเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมขยะ” ซึ่งเขาระบุว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการผู้บริโภค เช่น ที่พัก, ตั๋วคอนเสิร์ต, แพ็กเกจโทรศัพท์มือถือ และการเดินทางทางอากาศ โดยเขามองว่า มันเป็นค่าธรรมเนียมที่ “ไม่เป็นธรรม”

สำหรับส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มนี้ สำนักงานคุ้มครองทางการเงินของผู้บริโภค (ซีเอฟพีบี) เสนอกฎห้ามผู้ออกบัตรเครดิตเก็บค่าธรรมเนียม “ที่มากเกินไป” เมื่อเจ้าของบัตรชำระเงินล่าช้า ซึ่ง ซีเอฟพีบี ประเมินว่า ผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 400,000 ล้านบาท)

ด้านองค์กรโทรคมนาคมและข้อมูลแห่งชาติ (เอ็นทีไอเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยแพร่รายงานที่ประณามการครองตลาดของบริษัท แอปเปิล และบริษัท กูเกิล ในเศรษฐกิจแอพพลิเคชั่น โดย เอ็นทีไอเอ กล่าวว่า ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และจำกัดนวัตกรรม

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเรียกร้องให้มีการควบคุมผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่, ยุติ “การติดตั้งแอพพลิเคชั่นด้วยตนเอง” ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และการห้ามข้อกำหนดที่แอพพลิเคชั่นใช้ระบบชำระเงินในแอพพลิเคชั่นของผู้ให้บริการ

อย่างไรก็ตาม โฆษกของแอปเปิล กล่าวในแถลงการณ์ว่า ข้อสรุปบางประการของรายงานนั้น เพิกเฉยต่อการลงทุนในนวัตกรรม, ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของบริษัท เช่นเดียวกับกูเกิลที่ไม่เห็นด้วยกับรายงาน โดยให้เหตุผลว่า ระบบแอนดรอยด์ ทำให้มีทางเลือกและการแข่งขันมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่น ๆ บนโทรศัพท์มือถือ.

เครดิตภาพ : REUTERS