หากพูดชื่อพระเอกที่น่าจับตาอีกคนของวงการบันเทิงตอนนี้ คงหนีไม่พ้นหนุ่ม ยูโร ยศวรรธน์ ที่หลังจากกอบโกยคะแนนิยมจาก “สามีชั่วคืน” เจ้าตัวก็มีผงานอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดหนุ่มยูโรก็ขอพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง ในละครแนวโรแมนติกคอเมดี้ “ฮักหลายมายเลดี้” ทางช่อง 7HD ที่ทำให้หนุ่มยูโรได้โชว์ฝีมือในหลากหลายด้าน ทั้งคาแรกเตอร์ที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งไม่ตรงกับตัวเอง ไปจนถึงการฟิตหุ่นและพูดภาษาอีสสาน ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มคนนี้ ทั้งผลงานครั้งนี้ ตลอดจนเส้นทางในวงการบันเทิง ที่เจ้าตัวมักโดนนำไปเทียบกับเพื่อนซี้กับ เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล พร้อมเปิดตัวตนด้านที่ไม่เคยมีใครรู้ และเรื่องราวของหัวใจ ที่เจ้าตัวออกปากอยากมีลูก แม้จะไม่ได้คิดมีแฟนตอนนี้ก็ตาม!

Q : ความน่าสนใจของเรื่อง “ฮักหลายมายเลดี้” คืออะไร?
ยูโร : มันเป็นละครเรื่องแรกที่ผมมีโอกาสได้พูดเป็นภาษาบ้านเกิดครับ เป็นภาษาอีสาน ซึ่งเราก็ชอบและอยากพูดมานานแล้ว การได้พูดภาษาบ้านเกิด ก็ทำให้เราดีใจและรับเล่นเลย ส่วนเรื่องการเตรียมตัวสำหรับการแสดงคครั้งนี้ คือเรื่องของหุ่น ด้วยความที่เป็นเจ้าของไร่ ก็จะเป็นสายทำงานหน่อย มีขนของ ทางผู้กำกับก็อยากให้มีกล้ามบ้าง ก็ไปเล่นมา ฟิตหุ่นก่อนถ่ายประมาณ 3-4 เดือน ก็ได้แค่นั้นแหละ ก็เต็มที่แล้ว เวลามันไม่ได้ เพราะตอนนั้นเราถ่ายละครอยู่ 2 เรื่องด้วย อย่างพูดภาษาอีสาน เราก็ต้องไปฝึกเพิ่ม เพราะว่าเรามาอยู่กรุงเทพฯ ก็ 5 ปีแล้ว ภาษาอีสานก็แทบไม่ได้ใช้เลย เราก็การโทรฯ ไปคุยกับเพื่อน ๆ ที่ภาษาอีสานเรื่องสัพเพเหระ เป็นการรื้อฟื้นเรื่องสำเนียงครับ
Q : ความยากและความท้าทาย ในการแสดงครั้งนี้ ที่ทำให้เรารู้สึกได้พัฒนาตัวเอง คืออะไร?
ยูโร : ก็เกือบทุกโมเมนต์ของตัวละครนี้เลยนะ มันเป็นอะไรที่ผมไม่เคยเล่นมาก่อน ได้รู้ถึงวัฒนธรรมขของตัวละคร ไปรู้จักการใช้ชีวิตและการทำงานต่าง ๆ ของตัวละครนั้น และเราก็เก็บมาใช้ เป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ส่วนการที่ผมได้เห็นภาษาอีสานถูกใช้พูดในผลงานละคร มันก็ดีใจอยู่แล้วที่เราอยากเล่นและเรามีโอกาสได้เล่น เราอยากพูดภาษาอีสานในทีวี ในมุมเด็กคนหนึ่งที่โตมาจากต่างจังหวัด ผมเป็นคนอุดรฯ ครับ และก็อยากให้เห็นวัฒนธรรมที่สวยงาม เพราะมีวัฒนธรรมต่าง ๆ ในละครด้วย ทั้งบุญบั้งไฟ มีชุดประกวดต่าง ๆ ครับ


Q : พูดถึงการได้ร่มงานกับ “พระพาย” มีความคาดหวังยังไงบ้าง อยากให้เกิดเป็นกระแสคู่จิ้นเลยหรือเปล่า?
ยูโร : ความจิ้นผมไม่แน่ใจ ต้องให้คนดูตัดสิน แต่ความฟิน เราเล่นก็รู้สึกว่าฟิน สนุก เคมีมันโอเคนะ ที่เราดูมอนิเตอร์ มันได้ด้วยกันจริง ๆ และน่ารัก ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากจาก ‘สามีชั่วคืน’ ถามว่าพอมาแสดงเรื่องนี้มันกดดันมั้ย ก็ไม่กดดันมาก เพราะผมเป็นคนที่ชอบพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยในแต่ละเรื่อง ด้วยความที่สร้างมาตรฐานเรื่องสามีชั่วคืน ที่คนดูชอบเยอะมากขนาดนั้น เราก็ไม่อยากให้ผลงาน ‘ฮักหลายมายเลดี้’ คนมาบอกว่าเราเล่นไม่ดี หรือเท่าเดิม เราก็มีไปเรียนเพิ่ม มันก็อาจกดดันมั้ง แต่เราหาทางออก พัฒนาตัวเอง เพื่อให้คนมายอมรับว่า เด็กคนนี้มันพัฒนากว่าเรื่องที่แล้วนะ
Q : อยากให้คนจดจำ “ยูโร” ในการแสดงครั้งนี้ยังไง?
ยูโร : ผมว่าตัวเองก็เป็นตัวละครมากขึ้นเยอะ และจริงก็มากกว่าเรื่องที่ผ่านมาเยอะ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา และความที่เรายังใหม่ มันก็เก็บเกี่ยวไปเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้การแสดงก็เหมือนก้าวกระโดด เพราะเราเข้าใจศาสตร์การแสดงเพิ่มมากขึ้นเยอะมาก ๆ เลย และเรียนหนักเพิ่มมากขึ้นด้วยครับ ทุกวันนี้ผมยังเรียนการแสดงอยู่เลย เพราะอยากพัฒนาและเราก็ได้รู้สึกเก่ง และเราชอบอาชีพนี้ มีความสุขกับอาชีพนี้ มีแฟนคลับที่คอยเป็นกำลังใจ ชื่นชอบเรา ถ้าเขาชอบเราก็อยากพัฒนาขึ้นไป ให้มันทำออกมาได้ดีครับ

Q : กว่าจะถึงวันนี้ที่ได้เป็นพระเอกเต็มตัว ต้องใช้ความพยายามแค่ไหน?
ยูโร : สั้น ๆ เลย ฟลุกเข้ามาครับ ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเลยนะ คือผมเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ปี 4 เทอม 1 ก็มาแคสต์ มาออดิชั่นและได้เลย และก็มาฝึกงานและรับละครเลย ไม่ได้มีการไปเรียนแอคติ้งหรือเตรียมตัวอะไร มันรู้สึกแปลกมากกว่าที่อยู่ ๆ ก็ได้มาทำงานเลย ยังเรียนไม่จบเลย คือเรามีความฝันช่วงเด็ก ๆ สัก 5-6 ขวบ ว่าอยากเป็นดารา แต่เราอยู่ต่างจังหวัดไง การที่จะมาเป็นพระเอก โอกาสน้อยมาก เราก็ไม่ได้หน้าตาดีขนาดนั้นด้วย เราก็ทิ้งความฝันนั้นไป มันเป็นแค่ความฝันในวัยเด็ก แต่อยู่ ๆ มีติดต่อ เข้ามา ลองออดิชั่นช่อง 7 เราก็ไปเพราะเป็นความฝันวัยเด็ก ก็ไม่ได้เตรียมอะไรเลย แล้วได้เป็นนักแสดงช่อง 7 เลย ก็ฟลุกแบบงง ๆ มาถ่ายละครเรื่องแรก ละครคืออะไรก็ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าจำบทและไปอ่านหน้าจอ มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการแสดงคืออะไร รู้แค่ว่าเล่นเรื่องนี้ พรุ่งนี้ถ่ายซีนนี้ พูดว่าอะไรบ้าง ก็จำไปและไปพูด ไม่รู้ด้วยว่าเล่นดีหรือไม่ดี รู้แค่ว่าโดนด่า แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนละครออนแอร์ ฟีดแบ็กกลับมา เราดูละครตัวเอง คนอื่นส่งอะไรมาให้ ตาซื่อ ๆ เราก็พูด ๆ ไปตามบท จนมาเรื่อง 2-3 ก็มารู้แล้วว่าการแสดงคืออะไร ก็เริ่มเข้าใจเพิ่มขึ้น ว่ามันคือการพูดคุยกันแบบจริง ๆ นะ
Q : ท้อหรือนอยด์มั้ย พอโดนเสียงวิจารณ์เข้ามา?
ยูโร : ก็ช่วง 2-3 เรื่องแรกนี่แหละ รู้สึกว่ามันโดนล่ะ และเราเป็นคนชอบอ่านฟีดแบ็กด้วย ก็โดนว่าเด็กคนนี้มันเล่นอะไร เราก็รู้สึกท้อ รู้สึกแย่ เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเรียนการแสดง มันก็ไม่ได้เข้าใจขนาดนั้น เลยตั้งใจใหม่ ปรึกษาใหม่ ไปเรียนเพิ่มแบบจริง ๆ เลย ก็เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้น แต่มันก็ไมได้เก่งโดยตอนนั้นหรอก ผมเชื่อว่าตรงนี้ มันอยู่ที่ประสบการณ์มากกว่า น้อยคนมากที่จะเก่งเลยจากพรสวรรค์ครับ

Q : มีคำวิจารณ์อะไรที่กระทบใจเราที่สุด จนรู้สึกว่าต้องเอาชนะเสียงวิจารณ์นี้ให้ได้?
ยูโร : มันมีแค่เรื่องการแสดงนี่แหละ ที่มันไม่ได้ มันไม่เชื่อ ก็ถือว่าเป็นคำติที่แรงเหมือนกันนะ เหมือนอาชีพเราเป็นนักแสดง และเราแสดงไม่ดี มันคือเราทำหน้าที่ตัวเองได้ไม่ดี ตรงนี้แหละที่ทำให้เราอยากพัฒนาขึ้น ตั้งใจเพิ่มขึ้นครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมเข้าใจการแสดงประมาณสัก 6-7 เต็ม 10 ยังไม่ได้มากขนาดนั้น ต้องเพิ่มอีกเยอะ เพราะเขาก็บอกว่าการแสดงไม่มีที่สิ้นสุด นักแสดงดัง ๆ เขายังต้องเรียนอยู่เรื่อย ๆ เหมือนกันครับ
Q : อย่างที่บอกว่าเข้าวงการเพราะความฟลุก และตอนไหนที่ทำให้เรารู้สึกหลงรักการแสดง?
ยูโร : เพิ่งเร็ว ๆ นี้ ช่วงประมาณ 2 ปีได้ ที่สนุกกับมัน ช่วงแรก ๆ มันยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรด้วยซ้ำ เรามาได้ยังไงก็ไม่รู้ มันทำไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ด้วย อายุสัก 21-22 เอง ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็มาทำตามหน้าที่ เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำ พอมันเริ่มโตขึ้น ก็เริ่มว่ามันคืออาชีพ และเรารู้สึกอินกับมัน สนุกกับมันนะ

Q : พอได้มาเป็น “พระเอก” คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดงหรือยัง?
ยูโร : โห! ไม่รู้เลยอ่ะว่าความสำเร็จคืออะไร ผมว่าความสำเร็จมันมีหลายขั้น มีหลายอัน แต่ละอาชีพมันก็มีความสำเร็จในแต่ละไทม์ไลน์ของมัน มีความท้าทายขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมก็ทำไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมก็รู้สึกว่ายังรักและชอบอาชีพนี้อยู่ ส่วนคำว่า ‘พระเอก’ ณ ตอนนี้ มันก็อาชีพที่เรามีโอกาสได้รับ ซึ่งน้อยคนมากที่จะได้โอกาสเป็นพระเอก ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้น ผมก็คิดว่ามันมีคุณค่า และดีมาก ๆ ที่เราต้องรักษามันไว้ และทำกับมันให้ดีที่สุด
Q : มีมุมมองเรื่องการแข่งขันในวงการ ในยุคดิจิทัล ที่ทุกคนมีพื้นที่สื่อยังไง?
ยูโร : การแข่งขันมันมีอยู่ในทุกอาชีพ ทุกรูปแบบอยู่แล้ว อาชีพผมก็มี แต่เราอย่ามองมัน เราอยากพัฒนาตัวเอง ก็คือแข่งกับตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ คนอื่นอาจมองมาแล้วอยากแข่งกับเราก็ช่าง เราก็แข่งกับตัวเองไปครับ

Q : ด้วยความที่เป็นรุ่นเดียวกับ “เข้ม ” ที่ตอนนี้ประสบความสำเร็จมาก รู้สึกยังไงที่มักโดนเปรียบเทียบกัน?
ยูโร : มันก็มีนะ ที่เอาผมไปเปรียบเทียบกับเข้มเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ผมเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมรักกันมาก และไม่ได้สนใจอะไรในสิ่งนั้น ก็รู้สึกว่าเข้มไปไกลกว่าผมเยอะ ผมไม่ได้อิจฉาอะไร รู้สึกยินดีกับเขาด้วยซ้ำ เขาคือเพื่อน เรานอนด้วยกันบ่อยมากอ่ะ! ไม่ได้นอนแบบนั้น ไม่ต้องช็อต ไม่ต้องไปคิด (ยิ้ม) เราไปต่างจังหวัดด้วยกัน เราไปเที่ยวด้วยกัน ซัพพอร์ตกันตลอด ไม่ได้สนใจ ก็เปรียบเทียบได้ เรามาทีหลังและไม่ได้เก่ง เขาก็เก่งกว่าผมเยอะ เราดีไม่เท่าเขาหรอก (ยิ้ม) เขาเป็นคนเก่ง เราก็พยายามอยากที่จะเก่ง ก็พัฒนาตัวเองมากกว่าครับ
Q : แล้วมีอะไรประทับใจเกี่ยวกับ “เข้ม” เล่าให้ฟังบ้าง?
ยูโร : เขาเป็นเพื่อนคนแรกในวงการและเป็นเพื่อนคนเดียว ที่สนิทมากที่สุดในวงการเลย เราคุยกันได้ทุกเรื่อง หรือแม้แต่เรื่องการแสดง ผมก็ปรึกษาเขาบ่อยเหมือนกันครับ จริง ๆ เขาเป็นน้องผมปีหนึ่ง แต่เข้าวงการมาก่อน และมีผู้จัดการคนเดียวกัน ซึ่งเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเยอะ ประสบการณ์ชีวิตเขาสุดยอด แม้ว่าผมจะเป็นพี่เขา เขาเป็นคนให้แนะนำในเรื่องต่าง ๆ ได้ดีมากในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร เขาก็จะคอยซัพพอร์ต คอยพูดให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ แต่กลับกันเขาเจอปัญหา มาปรึกษาผมไม่ได้นะ (หัวเราะ) ประสบการณ์ผมน้อย แต่เป็นเซฟโซนให้ได้ เป็นเพื่อที่คอยอยู่ข้างกันครับ

Q : ในชีวิตที่ผ่านมา มีอะไรที่เรารู้สึกว่า หากย้อนเวลาไปได้ อยากแก้ไขให้ดีขึ้นบ้างมั้ย?
ยูโร : ไม่มี มันผ่านมาแล้ว เรื่องแย่ ๆ หรือไม่มี ก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราแก้ไข ณ ตอนนี้ มันผ่านมาแล้ว ก็แก้อะไรไม่ได้อยู่แล้ว ก็หยิบสิ่งที่เรารู้สึกแย่กับมันไม่ดี ทำไมเราทำแบบนี้ ต่อไปเราก็ไม่ทำ
Q : เห็นเป็นคนที่ยิ้มสดใสตลอด มีมุมไหน ที่แฟน ๆ ไม่เคยเห็นบ้างมั้ย ตัวตนอีกด้านที่ไม่มีใครรู้?
ยูโร : ผมเป็นคนเครียดมาก (ยิ้ม) เรื่องงานผมก็เครียด อยากทำให้มันดี อยากพัฒนาตัวเอง อย่างเรื่องต่อไป ‘ไฟน้ำค้าง’ ผมก็เครียดมาก บทยาก แต่ก็ไม่ได้เก็บอะไร ก็ไปปรึกษาผู้กำกับมากกว่า เราก็ซีเรียสกับผลงานตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเรารู้สึกไปแล้ว และไม่อยากทำให้มันไม่ดี ถ้าเราไม่ได้ ก็รู้สึกนอยด์ครับ

Q : ตอนนี้ถ้ามีใครพูดถึงชื่อ “ยูโร” อยากให้คนคิดถึงอะไร?
ยูโร : ก็เป็นคำว่า ‘มีความสุข’ แล้วกัน แต่จริง ๆ อาจไม่ได้มีความสุข (ยิ้ม) แต่คนมองมาอาจเห็นว่าผมมีความสุข ผมก็เป็นคนที่ความสุขแหละ แต่เวลาเครียดก็จริงจัง ซึ่งเวลาที่ผมเครียดคนก็เข้ามาหาได้ เพราะเวลาที่มีใครเข้าหาก็พลิกมีความสุขเลย จะไม่ค่อยแสดงอารมณ์เครียดหรือแย่กับใคร จะมีแค่เพื่อนกับแม่แค่นั้นแหละครับ ที่เราได้แสดงให้เห็น เข้มก็คนหนึ่งที่จะได้เห็นมุมนั้น คนอื่นจะแทบไม่ได้เห็นมุมเครียดหรือมุมแย่ ๆ ในชีวิต ไม่อยากให้ใครมารับอะไรที่เราเครียด้ดวยครับ
Q : อัพเดทความรักหน่อย เปิดใจมั้ย?
ยูโร : ความรักก็ดีครับ ไม่มีครับ (ยิ้ม) ยังปิดใจอยู่ เพราะว่าเราโฟกัสกับงานมาก ๆ ถ้าเราเปิดเวลาของเราจะโดนแบ่งไป ผมไม่ชอบมีแฟนแล้วมาทะเลาะกัน ผมรู้สึกว่ามันทำให้เราเสียการทำงาน ผมว่าหลายคนอาจจัดการได้ แต่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะจัดการไม่ได้ ช่วงนี้เวลาน้อยมาก ทำงานเยอะ ถ่ายละคร เวลาว่างก็รับอีเวนต์ พูดตรง ๆ ก็เมค มันนี่ กำลังมีงานที่ให้มา เราก็รู้สึกว่า ณ ตรงนี้เราทำงานก่อนดีกว่าและเลือกปิดเลย แต่ผมอยากมีลูกนะ แต่ยังไม่ใช่เวลา แต่คิดว่าชีวิตจะมีลูกแน่นอน แต่ผมอายุแค่ 26 เอง ก็ทำงานไปก่อน ทำงาน เก็บตังค์ จนอาชีพในวงการมันสุดแล้ว ค่อยหาแล้วกัน รอวันที่พร้อม ตอนนี้ยังไม่เรายังปิดอยู่ครับ

Q : แล้วคนที่จะเอาชนะใจได้ ต้องเป็นยังไง?
ยูโร : ไม่รู้เลยอ่ะ ก็มีผู้หญิงที่เราชอบนะ มีสเปกแบบยิ้มสวย เราก็แค่มอง ชอบผู้หญิงคนนี้ สวย และไปคอมเมนต์ เราชอบใครก็ไปคอมเมนต์ ชอบครับ แต่ไม่คุยนะ จบแค่นั้น เขาตอบหรือไม่ตอบก็แล้วแต่เขา เป็นอย่างนี้มากกว่า ส่วนเรื่องนิสัย คือ ณ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นคนแบบไหน ไม่ต่ำกว่าอีก 5-6 ปีค่อยว่ากันอีกทีครับ ตอนนี้อายุ 26 ปี สัก 30 ครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูก่อนอีกที แต่ตอนนี้คิดว่าเป็นแบบนั้น ซึ่งเราปิด แต่ถ้าเจอจังหวะดี ๆ เข้ามา อันนี้เราก็ไม่รู้อนาคตเหมือนกัน ซึ่งผมจีบคนไม่เป็น ได้แค่คอมเมนต์ น่ารักจังครับ สนุกสนานไป ยังไม่รู้ว่าจีบคืออะไรด้วยซ้ำ แต่ถ้าเขาตอบกลับมา ค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไร จบแค่นี้ได้

Q : ท้ายสุดนิยาม “ความรัก” ของ “ยูโร” ในวัย 26 มีความหมายยังไง?
ยูโร : ผมว่าความรักก็คือความเข้าใจกันและกัน แต่มันก็ยากที่จะเข้าใจกันได้เต็ม ๆ ในยุคนี้ เลยคิดวาความเข้าใจนี่แหละ ถ้าได้จะดีมาก ๆ เลยครับ แต่ถ้า ณ วันนี้ผมมีความรักเปิดมั้ย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะปิดมั้ง ไม่รู้ต้องดูก่อน แต่ก็ต้องรอให้แน่ใจก่อนครับ
นี่คือตัวตนและหัวใจของ “ยูโร” ที่ถูกปลอกเปลือกออกมาให้แฟน ๆ ได้รู้จักและเข้าใจความเป็นเขามากยิ่งขึ้น!
วันวิสาข์ ดอกเงิน



