สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า นางนาดา โมอาวัด เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐ และนายเยชีเอล ไลเทอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ลงนามในเอกสารไตรภาคีร่วมกับสหรัฐ ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน
นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยเนื้อหาของเอกสารฉบับนี้เพียงว่า จะเป็นการอำนวยความสะดวกในการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว ผ่านหน่วยงานไตรภาคี “กลุ่มประสานงานทางทหารเพื่อเลบานอน” โดยรัฐบาลวอชิงตันจะจัดสรรทรัพยากรจำนวนมาก รวมถึงเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในทันทีจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,337.80 ล้านบาท) ผ่านการประสานงานร่วมกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
Read more: https://t.co/MFvCUK1tIU
— Secretary Marco Rubio (@SecRubio) June 26, 2026
นอกจากนี้ รูบิโอยืนยันเจตนารมณ์ของสหรัฐ ในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเลบานอน “เพื่อให้สามารถสถาปนาอธิปไตยทั่วดินแดนเลบานอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ด้วยงบประมาณมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,001.34 ล้านบาท) ภายใต้อำนาจและการจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ของรัฐบาลวอชิงตัน
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ยังคงยืนกรานว่า ข้อตกลงดังกล่าวอนุญาตให้กองทัพอิสราเอลยังสามารถตรึงกำลังไว้ในภาคใต้ของเลบานอนต่อไปได้ ตราบใดที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ยอมปลดอาวุธ
ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูอ้างว่า ข้อตกลงนี้จะเปิดทางให้กองทัพเลบานอน “เริ่มจัดตั้งกำลังเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่” เริ่มจากพื้นที่ซึ่งเรียกว่า “เขตนำร่อง” 2 แห่ง โดยกองทัพอิสราเอลจะยอมถอนกำลังออกจากดินแดนที่เข้ายึดครองในระหว่างสงคราม เพื่อสร้างเป็น “เขตความมั่นคง” หรือ “เขตกันชน”.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



