สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปยังเมืองวอลโกกราด หรือชื่อในอดีตคือ สตาลินกราด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อวางพวงมาลาที่อนุสรณ์สถานทหารผ่านศึก “มาร์มาเยฟ คูร์กัน” และชมขบวนพาเหรดขนาดย่อมของกองทัพรัสเซีย เพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุด “ยุทธการสตาลินกราด” ที่กองทัพสหภาพโซเวียตมีชัยเหนือกองทัพนาซี บนสมรภูมิแนวรบตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่สอง


ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียกล่าวเชิงเสียดสีว่า แม้การสู้รบที่สตาลินกราดผ่านพ้นมาแล้ว 80 ปี แต่รัสเซียกำลังจะเผชิญกับรถถังของเยอรมนีอีกครั้ง สื่อถึงการที่รัฐบาลเบอร์ลินประกาศเมื่อไม่นานมานี้ เตรียมส่งรถถัง “เลพเพิร์ด 2” จำนวน 14 คัน ให้แก่ยูเครน “ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคร้าย ที่อุดมการณ์นาซีกำลังกลับมาอีกครั้ง แม้โลกอยู่ในยุคสมัยใหม่” และเรื่องนี้ยังคงคุกคามความมั่นคงและการดำรงอยู่ของรัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย วางดอกไม้ที่อนุสรณ์สถานทหารผ่านศึก “มาร์มาเยฟ คูร์กัน” ในเมืองวอลโกกราด


ปูตินกล่าวต่อไปว่า “บุคคลกลุ่มใดก็ตาม” ซึ่งผลักดันให้ประเทศในยุโรป รวมถึงเยอรมนี เข้าสู่สมรภูมิ “สงครามครั้งใหม่” กับรัสเซีย และคาดหวังการจะมีชัยชนะเหนือรัสเซีย ผ่านการส่งมอบอาวุธหนักรอบใหม่ ดูเหมือนจะไม่มีความรู้และความเข้าใจว่า สงครามในยุคสมัยใหม่กับรัสเซีย “ไม่เหมือนในอดีต” ก่อนทิ้งท้ายว่า แน่นอนที่การตอบโต้ของรัสเซียจะไม่ใช่การส่งรถถังไปประชิดพรมแดนของอีกฝ่าย “หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร”

ทหารรัสเซียสวนสนามที่เมืองวอลโกกราด เนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุด “ยุทธการสตาลินกราด”


อนึ่ง ยุทธการสตาลินกราดถือเป็นสมรภูมินองเลือดที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันนานถึง 5 เดือน ระหว่างเดือนส.ค. 2485 ถึงเดือน ก.พ. 2486 ทหารสหภาพโซเวียตและทหารนาซีเสียชีวิตรวมกันเกือบ 2 ล้านนาย แต่สร้างความพลิกผันให้กับสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างมาก เนื่องจากทำให้กองทัพนาซีอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน.

เครดิตภาพ : REUTERS