สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปยังเมืองวอลโกกราด หรือชื่อในอดีตคือ สตาลินกราด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อวางพวงมาลาที่อนุสรณ์สถานทหารผ่านศึก “มาร์มาเยฟ คูร์กัน” และชมขบวนพาเหรดขนาดย่อมของกองทัพรัสเซีย เพื่อเฉลิมฉลองและรำลึกครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุด “ยุทธการสตาลินกราด” ที่กองทัพสหภาพโซเวียตมีชัยเหนือกองทัพนาซี บนสมรภูมิแนวรบตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่สอง
Russian President Vladimir Putin took part in a wreath-laying ceremony at the eternal flame at Mamaev Kurgan in honor of Stalingrad defenders.
— RT (@RT_com) February 2, 2023
Russia is marking the 80th anniversary of the defeat of Nazi troops in the Battle of Stalingrad. pic.twitter.com/kQ6deVR6A6
Putin makes vague nuclear threats over western tank supplies to Ukraine.
— max seddon (@maxseddon) February 2, 2023
“Those who plan to defeat Russia on the battlefield don’t understand a modern war with Russia will be very different […] We have ways of responding, and it won’t just be limited to armored vehicles.” pic.twitter.com/ms9ZT4FRdK
ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียกล่าวเชิงเสียดสีว่า แม้การสู้รบที่สตาลินกราดผ่านพ้นมาแล้ว 80 ปี แต่รัสเซียกำลังจะเผชิญกับรถถังของเยอรมนีอีกครั้ง สื่อถึงการที่รัฐบาลเบอร์ลินประกาศเมื่อไม่นานมานี้ เตรียมส่งรถถัง “เลพเพิร์ด 2” จำนวน 14 คัน ให้แก่ยูเครน “ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคร้าย ที่อุดมการณ์นาซีกำลังกลับมาอีกครั้ง แม้โลกอยู่ในยุคสมัยใหม่” และเรื่องนี้ยังคงคุกคามความมั่นคงและการดำรงอยู่ของรัสเซีย

ปูตินกล่าวต่อไปว่า “บุคคลกลุ่มใดก็ตาม” ซึ่งผลักดันให้ประเทศในยุโรป รวมถึงเยอรมนี เข้าสู่สมรภูมิ “สงครามครั้งใหม่” กับรัสเซีย และคาดหวังการจะมีชัยชนะเหนือรัสเซีย ผ่านการส่งมอบอาวุธหนักรอบใหม่ ดูเหมือนจะไม่มีความรู้และความเข้าใจว่า สงครามในยุคสมัยใหม่กับรัสเซีย “ไม่เหมือนในอดีต” ก่อนทิ้งท้ายว่า แน่นอนที่การตอบโต้ของรัสเซียจะไม่ใช่การส่งรถถังไปประชิดพรมแดนของอีกฝ่าย “หวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร”

อนึ่ง ยุทธการสตาลินกราดถือเป็นสมรภูมินองเลือดที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันนานถึง 5 เดือน ระหว่างเดือนส.ค. 2485 ถึงเดือน ก.พ. 2486 ทหารสหภาพโซเวียตและทหารนาซีเสียชีวิตรวมกันเกือบ 2 ล้านนาย แต่สร้างความพลิกผันให้กับสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างมาก เนื่องจากทำให้กองทัพนาซีอ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน.
เครดิตภาพ : REUTERS



