เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ระหว่างติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในช่วงเช้าวันนี้ ที่ศูนย์ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง

นายชัชชาติ กล่าวว่า หลังจากเวลา 22.00 น. วานนี้ (2 ก.พ.) สถานการณ์ฝุ่นเริ่มดีขึ้นมาก เนื่องจากลมเปลี่ยนทิศ มีลมทางใต้พัดขึ้นมา (ลมว่าว) แรงขึ้น ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ฝุ่นสูงเนื่องจากแรงลมตะวันออกพัดปะทะลมใต้ ทำให้ฝุ่นลอยวนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันลมใต้มีกำลังแรงกว่า พัดอากาศจากทะเลขึ้นมาแทนที่ ทำให้ฝุ่นจากกรุงเทพฯ เริ่มขยับตัวเข้าเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นไปทิศเหนือของประเทศไทยมากขึ้น จากการคาดการณ์ ช่วงหลังวันที่ 5-6 ก.พ. ลมใต้จะพัดแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม แรงลมยังมีการปะทะและผันผวน ต้องเฝ้าระวังอีก 1-2 วัน

สำหรับข้อมูลอัตราการระบายอากาศ (เพดานชั้นบรรยากาศ) ในวันนี้สูงกว่า 2,000 เมตร จากการคาดการณ์ วันที่ 4-7 ก.พ. อัตราการระบายอากาศจะสูงขึ้นถึง 4,000 เมตร เป็นผลดีต่อการระบายฝุ่นและทำให้สภาพอากาศดีขึ้น ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง การออกพื้นที่กลางแจ้งควรสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สภาพอากาศในปัจจุบันยังเป็นอันตรายอยู่ แต่ไม่รุนแรงเท่าเมื่อวาน (2 ก.พ.) โดยคาดการณ์ว่า ช่วงบ่ายวันนี้มีแนวโน้มฝุ่นสูงขึ้น

ทั้งนี้ ค่าฝุ่นจากกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ประเมินค่าฝุ่นแบบเฉลี่ยย้อนหลัง 24 ชั่วโมง ซึ่งระบุค่าฝุ่นเฉลี่ยของเมื่อวานไว้ด้วย ทำให้ตัวเลขค่าฝุ่นแสดงผลช้ากว่าความเป็นจริง แต่หากติดตามสถานการณ์ฝุ่นแบบรายชั่วโมงในปัจจุบัน จะพบว่าตัวเลขค่าฝุ่นลดลง สภาพอากาศดีขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า วานนี้ได้ทดลองนำรถฉีดละอองน้ำบรรเทาฝุ่นทั้งหมด 6 คันของ กทม. ไปใช้ที่สวนเบญจกิติ พบว่า ขณะฉีดน้ำค่าฝุ่นลดลงจาก 160 มคก./ลบ.ม. เหลือ 97 มคก./ลบ.ม. แต่เมื่อเลิกฉีดน้ำ ค่าฝุ่นก็กลับมาสูงเท่าเดิม เนื่องจากปริมาณฝุ่นสูง อาจต้องใช้เฉพาะจุด เช่น ชุมชนหนาแน่น หรือจุดที่มีกลุ่มเปราะบาง จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง หากฉีดอย่างต่อเนื่องและใช้น้ำสะอาด โดยวันนี้จะเริ่มใช้รถฉีดน้ำที่เขตคลองเตย และตามชุมชนต่างๆ ยืนยันว่า กทม. ใช้น้ำสะอาดจากการประปา ปริมาณน้ำคันละ 10,000 ลิตร ฉีดต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง ไม่เป็นอันตรายต่อการสัมผัส ข้อดีของการฉีดน้ำคือ สร้างความชุ่มชื้น ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นบนพื้น

ส่วนจุดที่มีการเผาทั่วประเทศ พบว่า วานนี้ (2 ก.พ.) มี 1,500 จุด ปัจจุบันลดลงเหลือ 1,164 จุด ส่วนใหญ่พบรอบๆ กรุงเทพมหานครและประเทศเพื่อนบ้าน จากการตรวจสอบ ลมใต้ที่พัดผ่านทะเลขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ ไม่พัดผ่านจุดที่มีการเผาไหม้ ทำให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้น ทั้งนี้ หลังวันที่ 5 ก.พ. เป็นต้นไป หากลมใต้พัดสม่ำเสมอ สถานการณ์ฝุ่นในกรุงเทพมหานครจะดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เฟซบุ๊ก “กรุงเทพมหานคร” ได้สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ตรวจวัดได้ 61-116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 85.2 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง เกินมาตรฐานจำนวน 70 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 39 พื้นที่ และมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) จำนวน 31 พื้นที่

ต่อมาเวลา 12.15 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 09.00-11.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยตรวจวัดได้ 50-93 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 70.4 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง เกินมาตรฐานจำนวน 70 พื้นที่ แบ่งเป็นระดับสีแดง 4 พื้นที่ ได้แก่ เขตยานนาวา, เขตบึงกุ่ม, เขตทวีวัฒนา และเขตประเวศ และระดับสีส้ม 66 พื้นที่.