สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า นายเอส. ดี. ซานาป นักวิทยาศาสตร์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดีย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์แกว่งตัวของแมดเดน-จูเลียน (เอ็มเจโอ) ไม่น่าจะเอื้ออำนวยในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า และโอกาสที่จะเกิดระบบความกดอากาศต่ำในช่วงเวลานี้ ก็มีระดับต่ำเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ รัฐมหาราษฏระ, รัฐกรณาฏกะ, รัฐเตลังคานา, รัฐอานธรประเทศ และรัฐเกรละ จึงมีแนวโน้มที่จะได้รับปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

แมดเดน-จูเลียน จะทำให้แถบเมฆ ฝน และลมที่เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก ซึ่งวนรอบเขตร้อนทุก ๆ 30-60 วัน โดยทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมมรสุมระยะสั้น โดยช่วงที่กิจกรรมรุนแรงจะทำให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น และช่วงที่กิจกรรมลดลง มักจะนำมาซึ่งช่วงเวลาที่แห้งแล้ง

อินเดียได้รับปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 39.8% ในเดือน มิ.ย. และกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนในเดือนนี้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเช่นกัน

ฝนตกหนักในช่วง 8 วันแรกของเดือน ก.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายฝั่งตะวันตก ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ขาดหายไปของประเทศลดลงเหลือ 15.2% อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนที่ขาดหายไป จะเพิ่มขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากมรสุมเข้าสู่ช่วงหยุดชะงัก

การเพาะปลูกพืชฤดูร้อน เช่น ข้าว ฝ้าย ข้าวโพด และถั่วเหลือง ช้ากว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในเดือนที่แล้วลดน้อยลง โดยเกษตรกรเพาะปลูกไปแล้ว 35 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 350,000 ตร.กม. ณ วันที่ 5 ก.ค. โดยลดลงจาก 21% จากปีที่แล้ว ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรอินเดีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS