สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่า ข้อมูลจากเคปเลอร์แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คูเวต อิรัก และอิหร่าน เพิ่มขึ้นมากกว่า 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือน พ.ค. เป็น 10.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ด้านวอร์เท็กซ์ตา บริษัทวิเคราะห์สินค้าอีกแห่งหนึ่งประเมินว่า ปริมาณการไหลในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 10.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงต่ำกว่า 16.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีก่อนหน้ามาก

นับตั้งแต่ข้อตกลงเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เพื่อยุติความขัดแย้ง และฟื้นฟูการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณน้ำมันดิบที่ตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เหลือน้ำมันดิบอีกประมาณ 23 ล้านบาร์เรล ที่ยังไม่ได้ขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว

ก่อนหน้านั้น ปริมาณน้ำมันดิบที่ลอยอยู่ในช่องแคบเคยสูงสุดที่ 96 ล้านบาร์เรลในช่วงปลายเดือน เม.ย.

ข้อมูลจากเคปเลอร์, วอร์เท็กซ์ตา และแอลเอสอีจี แสดงให้เห็นว่า การส่งออกของยูเออีแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.7-3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มิ.ย. ซึ่งสูงกว่าระดับในเดือน พ.ค. มากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้น 768,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 4.52 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มิ.ย. โดยการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์ที่แล้ว ใกล้เคียงกับระดับในเดือน ม.ค. เนื่องจากรัฐบาลริยาดเพิ่มการขนส่งจากโรงกลั่นราส ทานูรา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS