สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า “โกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษ ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารเมียนมา ตีพิมพ์รายงานลงในฉบับวันศุกร์ เกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึก ใน 37 เมือง ของ 4 รัฐและ 4 ภูมิภาค


สำหรับเมืองทั้ง 37 แห่ง ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แบ่งเป็นเมือง 11 แห่ง จากภูมิภาคสะกาย เมือง 7 แห่ง จากรัฐชิน เมืองจากภูมิภาคมาเกวและพะโค ภูมิภาคละ 5 แห่ง เมือง 4 แห่ง ในรัฐกะยา จากภูมิภาคตะนาวศรีและรัฐกะเหรี่ยง อีกแห่งละ 2 เมือง และอีกเมืองหนึ่งในรัฐมอญ


ทั้งนี้ บุคคลใดก็ตามที่กระทำผิดในท้องที่ดังกล่าว ด้วยข้อหา “เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ” และ “ก่อการกบฏ” ต้องขึ้นศาลทหารเท่านั้น และบทลงโทษไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีก ยกเว้นเฉพาะโทษประหารชีวิต ที่ผู้กระทำผิดมีสิทธิยื่นขอรับการพิจารณาอภัยโทษจาก พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหาร


รายงานของโกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา ให้เหตุผลเกี่ยวกับการเลือกประกาศกฎอัยการศึกครอบคลุมเมืองในภูมิภาคดังกล่าวอย่างจำเพาะเจาะจง “เพื่อเป็นการขยายขอบเขตการดำเนินนโยบายความมั่นคง การรักษาสันติภาพ และการธำรงไว้ซึ่งความสงบสันติในท้องถิ่น ตลอดจนการรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรม”


ก่อนหน้านั้น อย่างน้อย 6 เขตในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเมียนมา และอีกอย่างน้อย 5 เขต ในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสอง อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมาก่อนแล้ว โดยพื้นที่ทั้งหมดล้วนเป็นบริเวณที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังประชาชน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลทหารเมียนมาเกิดขึ้น หลังการประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขยายระยะเวลาการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุมทั่วประเทศออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน โดยการต่อเวลาสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 425 ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ซึ่งกองทัพเป็นผู้บัญญัติเอง


อนึ่ง ในวันยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประกาศเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในปี 2566 และยืนยันด้วยว่า จะเป็นการเลือกตั้ง “ที่มีพรรคการเมืองเข้าร่วมหลายพรรค”.

เครดิตภาพ : REUTERS