สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า กองทัพเรือกำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ชิ้นส่วน “วัตถุต้องสงสัย” เป็น “บอลลูนสอดแนม” ของจีน ในเขตน่านน้ำนอกชายฝั่งรัฐเซาท์แคโรไลนา โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักงานยามฝั่ง


ทั้งนี้ เครื่องบินขับไล่เอฟ-22 ของกองทัพอากาศสหรัฐ ปล่อยขีปนาวุธจากอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้จากอากาศสู่อากาศ แบบติดตามความร้อน “เอไอเอ็ม-9เอ็กซ์” ทำลายวัตถุดังกล่าว ระหว่างกำลังลอยตัวอยู่นอกชายฝั่งรัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยในเบื้องต้นมีการประเมินว่า ชิ้นส่วนตกลงในเขตน้ำลึกประมาณ 14 เมตร ซึ่งถือเป็นระดับตื้น และแตกกระจายออกไปเป็นรัศมีไกลประมาณ 10 กิโลเมตร


อนึ่ง วัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ปรากฏตัวในเขตน่านฟ้าของสหรัฐเป็นครั้งแรก ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเคลื่อนตัวเข้าสู่น่านฟ้าของแคนาดา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา แล้วกลับเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐอีกครั้ง ที่รัฐไอดาโฮ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ต่อจากนั้น วัตถุเคลื่อนตัวผ่านแผ่นดินของสหรัฐตลอด ทำให้ยากแก่การยิง


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ ประณามรัฐบาลวอชิงตัน “ดำเนินการเกินกว่าเหตุ” และเน้นย้ำ “สิทธิอันชอบธรรมที่จะตอบโต้” พร้อมทั้งยืนยันว่า วัตถุที่ลอยเข้ามาในเขตน่านฟ้าของสหรัฐ “โดยสุดวิสัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” คือ “เรือเหาะ” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น


ด้านพรรครีพับลิกันออกโรงวิจารณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน “ช้าเกินไป” ในการออกคำสั่งให้กองทัพยิงบอลลูนลูกนั้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐกล่าวโต้ว่า เขาสั่งให้ยิงตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา คือวันที่ 1 ก.พ. แต่บรรดาที่ปรึกษาด้านความมั่นคงขอให้รอ “จนกว่าบอลลูนจะลอยอยู่เหนือพื้นที่ปลอดภัยที่สุด” หรือเขตที่จะเป็นอันตรายแก่ประชาชนน้อยที่สุด เมื่อมีการยิงทำลายวัตถุ

ส่วนบรรดาผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับความมั่นคงและข่าวกรองให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า รัฐบาลปักกิ่งส่งบอลลูนลูกนี้ให้ล่วงเข้ามาในเขตน่านฟ้าของสหรัฐ “โดยเจตนา” และการให้เหตุผลว่า “กระแสลมแรงผิดปกติ” พัดให้บอลลูนเคลื่อนออกนอกทิศทาง “ฟังไม่ขึ้น” เนื่องจากบนบอลลูน “มีการติดตั้งใบพัดเต็มรูปแบบ”.

เครดิตภาพ : REUTERS