สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า คณะกรรมาธิการด้านนโยบายมนุษยธรรมและข่าวสารของสภาแห่งชาติ ในกรุงเคียฟ รายงานเกี่ยวกับ การเก็บหนังสือซึ่งตีพิมพ์ในยุคสหภาพโซเวียต ออกจากห้องสมุดทั่วยูเครนไปแล้วมากกว่า 19 ล้านเล่ม จนถึงเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว จากจำนวนดังกล่าวราว 11 ล้านเล่ม เป็นหนังสือที่ได้รับการจัดพิมพ์เป็นภาษารัสเซีย


ทั้งนี้ รายงานระบุว่า หนังสือทั้งหมดมีเนื้อหา “ก้าวร้าว” ต่อยูเครน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับหนังสือทั้งหมด ปัจจุบัน 44% ของหนังสือตามห้องสมุดในยูเครนเป็นภาษารัสเซีย ส่วนที่เหลือเป็นหนังสือภาษายูเครน และภาษาอื่นของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว สภาของยูเครนรับรองกฎหมายว่าด้วยการห้ามตีพิมพ์ และจัดจำหน่ายหนังสือทุกประเภท ซึ่งเป็นผลงานของพลเมืองรัสเซีย หากเจ้าของผลงานไม่เปลี่ยนมาถือสัญชาติยูเครน อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะมีผลเฉพาะกับชาวรัสเซียซึ่งเกิดหลังปี 2534 หรือเมื่อสิ้นสุดยุคสหภาพโซเวียต


ขณะเดียวกัน กฎหมายเดียวกันนี้ ยังห้ามการนำเข้าหนังสือซึ่งตีพิมพ์ในรัสเซีย เบลารุส และดินแดนของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครอง และการนำเข้าหนังสือภาษารัสเซียจากประเทศอื่น ต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาลยูเครน


นอกจากนั้น สภายังอนุมัติกฎหมายอีกฉบับ ว่าด้วยการห้ามเผยแพร่ผลงานเพลงของศิลปินรัสเซีย ซึ่งเกิดหลังปี 2534 และเพิ่มโควตาการเผยแพร่เพลงและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องของศิลปินชาวยูเครน บนสื่อทั้งวิทยุและโทรทัศน์.

เครดิตภาพ : REUTERS