ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน หรือ วทจ.รุ่นที่ 5 เข้าร่วมในพิธีเปิดการศึกษา ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เกิดจากความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวต้อนรับ ผู้เข้ารับการศึกษาในรุ่นที่ 5 จำนวน 103 คน ซึ่งมาจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ในการทำธุรกิจกับจีน ส่งเสริมเศรษฐกิจร่วมกัน และนำไปสู่การพัฒนาให้เติบโตยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ผู้บริหารระดับสูงทีเข้ารับการศึกษา สามารถนำความรู้ไปต่อยอดการทำธุรกิจภายในองค์กรได้

นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนหลักสูตรว่า ครอบครัวเป็นคนไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะคุณปู่ที่เน้นคำสอนเรื่องความกตัญญู กตเวทีมาโดยตลอด จนเมื่อ 7 ปีก่อน สถานทูตจีนได้เชิญไปเรียนหลักสูตรพิเศษเป็นเวลา 10 วัน และได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็นที่มาของการหารือกับผู้ใหญ่หลายท่านในการจัดตั้งหลักสูตร วทจ. ขึ้นมา ให้ผู้บริหารระดับสูงได้ศึกษาและนำไปขับเคลื่อนต่อยอดการเรียนรู้ได้

ขณะที่นายหยาง ซิน อุปทูต รักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานทูตจีนประจำประเทศไทย บรรยายพิเศษ โดยกล่าวถึงจำนวนประชากรของจีนมีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย การเรียนหลักสูตรนี้จะได้เรียนรู้ ประเพณี วัฒนธรรม เศรษฐกิจจีนมากขึ้น เพื่อโอกาสในการร่วมมือกันให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

นายหยาง ซิน ยังได้ตั้งคำถามและตอบคำถาม 9 ข้อ เกี่ยวกับจีนยุคใหม่ อาทิ มาตราการป้องกันสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน มาตราการการเข้าออกประเทศจีน ที่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ยกเว้น การเดินทางไปเที่ยวในจีนเพียงอย่างเดียว และวีซ่าเกี่ยวกับการเดินทางไปรักษาในจีนที่ยังต้องรอไปก่อน

ในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 จีนจะฟื้นฟูการจัดทัวร์ ด้วยการจัด 20 มิตรประเทศ ซึ่งไทยจะเป็นทัวร์แรกของรายชื่อ เพราะหลังจากจีนได้ปรับมาตราการป้องกันโควิด ประเทศไทยได้แสดงความเข้าใจและสนับสนุนคนจีนกลับสู่ประเทศไทย ทั้งการท่องเที่ยวและค้าขาย ไทยจึงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะ กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ เกาะสมุย และไม่นานมานี้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ครบรอบ 47 ปี โดยไทยมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ในทางบวกส่วนคดีตู้ห่าว นั้น ไม่ควรเรียนคนจีนสีเทา เพราะตู้ห่าวเปลี่ยนมาใช้สัญชาติไทยแล้ว การใช้คำว่าคนจีนสีเทาส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนจีน ซึ่งที่ผ่านมาไทยและจีน มีความร่วมมือกันในการปราบปรามอาชญากรรม การส่งผู้ร้ายข้ามแดน รวมทั้งกลไกอื่น

นายหยาง ซิน ยังแสดงความเป็นห่วงต่อเรื่อง การตั้งคาสิโนในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ ว่า จีนให้ความสำคัญมากในการปราบปรามการพนันข้ามชาติ และมีนโยบายว่า ถ้าเมืองไหนในต่างประเทศมีคาสิโน จีนจะขึ้นแบล็คลิส และห้ามจัดทัวร์ไปเมืองนั้น แต่กระบวนการของสภานิติบัญญัติไทยเป็นเรื่องภายในที่จีนจะไม่เข้าไปแทรกแซง

ส่วนคาสิโนที่มาเก๊านั้น ถือเป็นการตกค้างจากประวัติศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลจีนกำลังส่งเสริมการพัฒนากิจการในด้านอื่น เช่น การท่องเที่ยว การจัดการประชุมนานาชาติ เพื่อให้มาเก๊ามีรายได้จากภาคส่วนอื่นมากขึ้น ลดการพึ่งพารายได้จากคาสิโนให้มากขึ้น จึงไม่มีการส่งเสริมการเปิดคาสิโน และพยายามลดกิจการคาสิโนลงเรื่อยๆ ให้เหลือน้อยที่สุด

ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวให้โอวาทและบรรยายพิเศษ ว่า หลักสูตรนี้มีความน่าสนใจในความท้าทายของโลก วิธีคิดและการแก้ไขปัญหาของจีน โดยวิกฤตที่มนุษยชาติเจออยู่ได้แก่ 1.วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ต้องแก้ปัญหาโดยอาศัยนโยบายสาธารณะ เทคโนโลยีและทางเลือกที่ปฏิบัติได้ ,2.การเปลี่ยนขั้วอำนาจการเมือง, 3.การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ซึ่ง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงมี 3 คำ คือ “วันนี้ใหม่ พรุ่งนี้ใหม่ ใหม่เสมอ” 4.จุดเน้นใหม่ของระบบบริการสุขภาพ ด้านสุขภาวะ จากการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การดูแลผู้ป่วยเฉพาะรายกับการจัดการโรคระบาด และ 5.ประเด็นประชากรได้แก่ การเปลี่ยนสัดส่วนประชากร เด็กเกิดน้อยลง วัยทำงานลดลง ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และเกิดช่องว่างระหว่างวัย

จากนั้นเข้าสู่พิธีปฐมนิเทศหลักสูตร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรรณราย แสงวิเชียร รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบัน และผู้อำนวยการหลักสูตร พร้อมคณะ แนะนำ กรรมการบริหารหลักสูตร แนะนำนักศึกษา และโครงสร้างหลักสูตร ซึ่งมีกลุ่มสาระ ได้แก่ กลุ่มสาระ วัฒนธรรม คุณธรรม นำเศรษฐกิจไทย-จีน,กลุ่มสาระ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกกับเทคโนโลยีดิจิทัลของจีน,กลุ่มสาระ กลยุทธ์ในการทำธุรกิจแบบจีน,กลุ่มสาระ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศจีน ซึ่งมีช่วงเวลาที่ วทจ.5 จะต้องเดินทางไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งด้วย