ซึ่ง “ไชยชนก” มีวาทะทางการเมืองที่เป็นที่น่าสนใจมาหลายรอบ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลแพทองธาร ที่ตอนนั้นพรรคภูมิใจไทยจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็มีข่าวที่ “ไชยชนก” ได้ตั้งคำถามว่า แก้ไปแล้วประชาชนได้อะไร ต่อมาในช่วงรัฐบาลเดือดๆ กันเรื่องจะตั้งกาสิโน และ “ไชยชนก”ก็ประกาศกลางสภาว่า “เป็นลูกพ่อเนวิน แม่กรุณา ไม่เห็นด้วยกับการให้มีกาสิโน” เรียกซีนมาเต็มๆ และพอมารับตำแหน่ง รมว.ดีอีในสมัยรัฐบาล “อนุทิน 1” ก็มีวาทะเด็ดในที่ประชุม ครม.อีก

รวมถึงในการแถลงนโยบาย “อนุทิน 1”เมื่อถูกถามเรื่องปัญหาคอลเซนเตอร์ ซึ่งฝ่ายค้านก็หวังจะเห็นวิสัยทัศน์รัฐมนตรีที่ตอบ แต่ “ไชยชนก” กลับไปตอบว่า ตัวเองก็เคยได้รับการติดต่อผ่านคนรู้จัก เสนอเงินเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปราบปรามคอลเซนเตอร์ ทำให้ “ฝ่ายค้าน” ชะงักและตั้งคำถามว่า “ตอบแบบนี้ได้ไง” จากนั้นก็หาทางลงด้วยการตั้งกรรมการสอบ และไปแจ้งความตามลำดับ

แล้วเรื่องนี้ก็เหมือนจะหายไปกับสายลม เมื่อ กรรมาธิการ (กมธ.)สามัญ) ประจำสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชน ( ปชน.) เรียกรัฐมนตรีมาสอบชี้แจงหลายครั้งก็ไม่เคยให้ความร่วมมือ และเมื่อมาในสมัย “อนุทิน 2” ไชยชนก ในฐานะหัวหน้าลูกเทพ ก็โดนทั้งฝ่ายค้าน ทั้งสังคมตั้งคำถาม เรื่องที่กระทรวงดีอี จะทำโครงการ TH-AI Passport ซึ่งน่าจะหวังให้เป็นนโยบายโบว์แดง จนมีคนเอาไปเปรียบเทียบว่า “เมื่อลูกทักษิณได้ทำซอฟต์พาวเวอร์ ลูกเนวินก็ต้องมีโครงการโชว์ นั่นคือ TH-AI Passport”

ซึ่งโครงการนี้มีเป้าหมายส่งเสริมและยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI สำหรับคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี จำนวน 5 ล้านคน เข้าถึงและใช้งานAI ตัวพรีเมี่ยมไม่ต่ำกว่า 12 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี วงเงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่า 1,621ล้านบาท แต่โดนสกัดจาก “สส.ป้อม”ภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ผู้เชี่ยวชาญในวงการไอที ตั้งข้อสังเกตกังขาเต็มไปหมด

เงินกองทุนที่เหมือนให้มหาศาลให้กับโครงการเดียว กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใช้เวลาเพียง 34 วัน ตั้งแต่ประกาศประกวดราคาจนถึงยื่นข้อเสนอ น่าสงสัยว่า โครงการระดับพันล้านบาทที่โดยทั่วไปใช้เวลาเตรียมการ 3-6 เดือน ล็อคสเปกหรือไม่ ให้บริษัทกลุ่มเดิมปรากฏชื่อเป็นผู้กำหนดราคากลางและเข้าร่วมประมูลหลายโครงการ รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่ภูมิใจไทยเคยกำกับดูแล “สส.ป้อม” ขอเรียกร้องให้ชะลอโครงการและตรวจสอบก่อน

นอกจากนี้ โครงการยังถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่แพร่หลาย จะมีผู้ใช้ AI พรีเมี่ยมถึง 5 ล้านคนหรือไม่ เชื่อได้ว่า หลายคนยังไม่รู้ว่า “แจกใคร ใช้บริการอย่างไร” และไม่ได้ส่งเสริมการให้คนไทยพัฒนา AI ของตัวเองเท่าที่ควร หลังทักท้วงกัน “ไชยชนก” ชลอโครงการ โดยสั่งให้หนึ่งในลูกเทพ คือ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงดีอี รวบรวมความคิดเห็นมาพิจารณา หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะอัปเดตอีกครั้ง

ล่าสุด “รมช.ดีอี” ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่า วันที่ 11 มิ.ย.นี้ กระทรวงจะเปิดเวทีเสวนารับฟังความเห็น ซึ่งไม่รู้ว่า จะประเมินแล้วปรับเปลี่ยนจากโครงการเดิมไปมากแค่ไหน หรือทำเป็นเพียงแค่พิธีการ แต่พรรคส้มและแนวร่วมมีคนเก่งเอไอมากมาย โครงการนี้ถ้าบกพร่องผิดพลาดโดนรุมขย้ำเละทันที โดยเฉพาะได้ตีกระทบไปถึง “ครูใหญ่”พรรคภูมิใจไทยด้วย

ย่างก้าวของ “ไชยชนก” ไม่ง่าย เผลอๆ เป็นเป้าให้ฝ่ายค้านเล็งอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ขึงพืดกลางสภา “ลูกเทพ”รายอื่นๆก็ต้องระวัง ถ้ามีอะไรสบช่องฝ่ายค้านโดนแน่ เพราะเขายิ่งต่อต้านการสืบทอดอำนาจ.